บักโจ้ : หนทางอันยาวไกลสู่จุดสูงสุดของนักฟุตบอล



            ba131 (5K)
      ลากอส, ไนจีเรีย - เขาถูกโค้ชเข้าใจผิด และเพื่อนร่วมทีมไม่ไว้ใจในความเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งยังถูกรุมเร้าจากอาการบาดเจ็บ แต่ทว่าความเจิดจรัสของโรเบอโต้ บักโจ้นั้นยังส่องสว่างสดใสเพราะเขานั้นถูกขนานนามว่าเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดคนหนึ่งของอิตาลี สัปดาห์นี้ FIFA.com ได้นำเสนอประวัติอาชีพของชาวอิตาลีทางตอนเหนือคนหนึ่งที่มีความเจิดจรัสทางด้านความสามารถในการเล่นฟุตบอลซึ่งมีรัศมีเปล่งประกายมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งเขายังสามารถจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ในเวลาคับขันได้อย่างเรียบร้อย และสามารถเอาชนะมัจุราชที่เข้าขวางทางเดินในชีวิตและยังได้รับเสียงเชียร์จากแฟนพันธุ์แท้ของเขาจากทุกมุมโลก
      ชีวิตของบักโจ้นั้นไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเล่าของชาวนักฟุตบอลธรรมดา ๆ ทั่ว ๆ ไป มันเป็นเรื่องของความเสียสละและความเจ็บช้ำ ตลอด 20 ปีที่เขาต้องต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยแต่ก็ยังได้ประโยชน์จากอัจฉริยภาพที่ติดตัวเขามาแต่กำเนิด เป็นโชคของเขาที่มีรูปร่างหน้าตาดีและยังมีความสูงพอเหมาะกับช่วงเวลาซึ่งนักกีฬามักจะเป็นที่ชื่นชอบเหมือนกับศิลปิน คนอิตาลียังต้องการความสุขุมในการตัดสินใจต่าง ๆ ในระหว่างการแข่งขันซึ่งสิ่งนี้มีอยู่ในตัวตนที่ซ่อนอยู่ในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น บักโจ้มีความสามารถในสองสิ่งนี้เป็นเวลากว่า 20 ปี เขาทำให้คนอิตาลีและคนทั้งโลกสนใจในความเป็นตัวเขา เป็นนักฟุตบอลที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสัมผัส สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ของเขาได้หายไปใน Azzurri การควบคุมจิตใจ
      บักโจ้เป็นลูกคนที่หกในจำนวนพี่น้องแปดคนในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า คาลดอกโน ใกล้วิเซนซ่า ในปี 1967 โรเบอโตเปิดตัวครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ในทีมซีรีย์ ซี 1 หลังจากนั้นอีกสามปีเขาก็ผันตัวเองเข้าสู่ซีรีย์เอกับสโมสรฟิออเรนตินา แต่เขาก็พลาดโอกาสในอาชีพอีกครั้งเพราะการบาดเจ็บที่หัวเข่า ความที่เขาเป็นคนที่สนใจตนเอง ทำให้เขาหันมานับถือพุทธศาสนา
    "ผมต้องการบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าคริสต์ศาสนา พระพุทธศาสนาช่วยให้ผมควบคุมจิตใจได้ดีขึ้น" ( นี้เป็นความเห็นส่วนตัวของบักโจ้ )
เขากล่าว แม้กระนั้นเขาต้องใช้เวลาถึงสามเดือนกว่าจะบอกแม่เขาได้
      มันเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ บักโจ้ละทิ้งวิถีชีวิตของนักฟุตบอลทั่ว ๆ ไป เขาแต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเด็กจากเมืองคาลดอกโน เขาเลือกนับถือศาสนาที่แตกต่าง และจากความรักสันโดษที่เขาพยายามจะฝึกให้ได้ฌาณทำให้ต้องค่อย ๆ เลิกคบกับเพื่อนร่วมทีม สิ่งนี้นั่นแหละที่ทำให้บักโจ้ในวัย 20 มีความเข้มแข็งจากภายในแทนที่จะมีความปวดร้าวเศร้าหมอง แม้เขาจะไม่ใช่นักโต้แย้ง เขาก็สามารถสร้างจุดยืนใหม่ในชีวิต ในสโมสรใหม่และยังสามารถเอาชนะใจผู้ชมสโมสรฟิออเรนตินาเพราะความเก่ง และความคล่องแคล่วของเขานั่นเอง
      เมื่อบักโจ้ถูกขายแก่ทีมยูเวนตุสในราคาที่แพงติดอันดับโลกถึง 13 ล้านเหรียญก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกของฟีฟ่าที่อิตาลี มีแฟนบอลจำนวนมากมาเฝ้าดูเขาเป็นเวลาถึงสองวัน ถ้าคนทั้งโลกไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด พวกเขาจะทราบเมื่อเห็นการเลี้ยงบอลข้ามครึ่งสนามในฝั่งเชคโกสโรวาเกียนและทำประตูแก่อิตาลีในนัดตัดเชือกในการเล่นครั้งแรกให้กับอิตาลี และยังไม่พอ โค้ชอาซีกริโอ วิชินีเอาพ่อหนุ่มแข้งทองออกจากการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ซึ่งนัดนี้อาจแพ้อาร์เจนตินาจากลูกโทษ การตัดสินใจของโค้ชครั้งนี้อาจสร้างความชอกช้ำแก่แฟนบอลได้ "เขาว่าผมดูเพลีย ๆ" เขากล่าวอย่างหงุดหงิด คนที่ถูกเรียกให้เล่นในครึ่งหลังในช่วงเปลี่ยนตัวกับผู้เล่นคนหนึ่งที่ถูกลงโทษกล่าว "นี่ถ้าผมอายุ 23 ผมคงกินหญ้าไปแล้ว"
      ออกจากตำแหน่ง
      เมื่อกลายเป็นคนสำคัญและทุก ๆ คนรู้จัก ปัญหาในการร่วมทีมก็มักจะเกิดขึ้นเสมอ และโรงเรียนฝึกการฟุตบอลของมิลานของอาริโก ซัคชี่และฟาบิโอ คาเปลโลนั้นไม่มีช่องว่างให้แก่คนที่ชอบสันโดษอย่างบักโจ้อีกแล้ว แม้แต่สมาชิกยูเวนตุสชาวฝรั่งเศสมิเชล พลาตินี่ ก็ยังทำไม่ได้อย่างบักโจ้ บักโจ้นั้นเป็นตัวเล่นที่ขาดไม่ได้ เขาเป็นผู้บุกจากแนวหลังและเนื่องจากการแข่งขันจะมีแบบแผนมากขึ้น เขาเท่านั้นที่สามารถทำให้เกมดำเนินอย่างราบรื่น เขากล่าวในปี 1993 ปีที่นักแข่งสามารถยืนยันการสัญญาของเขาได้และช่วย "หญิงแก่คนหนึ่ง" ให้สมหวังได้ถ้วย UEFA และได้ผู้เล่นดีเด่นของฟีฟ่าและรางวัลลูกบอลทองคำของยุโรป
      ปัจจุบัน บักโจ้ อายุ 27 ปี เขาถึงจุดสูงสุดแห่งชีวิตด้วยทรงผมคล้ายสตรีของเขาและการรับใช้ชาติในฟุตบอลโลกเมื่ออิตาลีเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในนาทีที่ 22 ในรอบสองในฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกาปี 94 (พวกเขาแพ้ 1 - 0 แก่ไอแลนด์ในรอบแรก) ซักชี่นั้นถึงกับช็อคและไม่ยอมกล่าวถึงเรื่องนี้เลย "Il Divino Codino" เมื่อเขาตัดสินใจนำผู้เล่นเบอร์ 10 ออกจากการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงกลยุทธนั้นได้ผล อิตาลีสามารถเข้าสู่รอบถัดไปได้นั่นเกิดจากคามสามารถของบักโจ้ที่สามารถเปลี่ยนสถานการ์ณช่วยฝ่ายอิตาลีโดยการขโมยบอลเข้าทำประตูก่อนหมดเวลาชนะไนจีเรียและสเปนและในรอบรองชนะเลิศชนะบัลแกเรียส่งให้อิตาลีเข้าชิงกับบลาซิลในรอบชิงชนะเลิศ
      ความเจ็บปวดจากการทุ่มเทร่างกายส่งผลให้นักฟุตบอลผู้ที่ทำถึง 5 ประตูหยุดเล่นฟุตบอล ในวันที่เขาเป็นที่สุดของนักกีฬา ผู้คนนับล้านจากทั่วโลกและอีกนับร้อยที่อยู่นอกวัดในบังคลาเทศ ที่ซึ่งเขาบริจาคบูรณะต่างสวดมนต์ภาวนาแก่บักโจ้ให้หายจากโรคภัยครั้งนี้
      จากความศรัทธาอย่างแรงกล้านั้นทำให้ซัคชี่มีทางเลือกน้อย "ฉันถูกฉีดยาและถอนฟัน" เปรียบบักโจ้เหมือนยาชูกำลัง "แต่โชคร้ายที่พวกเราชาวอิตาลีกินพาสต้า"
      สุดท้ายกับความไม่คล่องตัว
      การแข่งขันฟุตบอลยังไม่สามารถหาผู้ชนะได้แม้จะมีการต่อเวลา 120 นาทีแล้วก็ตาม บักโจ้เป็นนักเตะคนสุดท้ายที่เตะลูกโทษ เขาเดินขโยกขเยกไปที่จุดโทษแต่ไม่ใช่คนแรกที่ส่งบอลไปสู่สวรรค์ "ผมอยู่ที่นั่นทั้งร่างกายและจิตใจ การรวบรวมสมาธิในเวลานั้นดีมาก ปกติแล้วผมจะเตะลูกด้วยข้างเท้าแต่ผมมีกำลังเหลือน้อยเหลือเกินผมจึงพยายามจะระเบิดมันออกไป"


แหล่งข้อมูล : Baggio: the Long Trek to Football Nirvana by Miebi Senge, With Agency Reports, Vanguard (Lagos), May 5, 2004 แปลโดย เอก เรียบเรียงโดย ปิยนุช


     





[an error occurred while processing this directive]


สมัครเป็นสมาชิก "จดหมายข่าวชาวพุทธ" วันนี้
เราจะส่งเทคนิคหรือเคล็ดลับดี ๆ มาถึงMail box ของท่านเป็นประจำทุกสัปดาห์
อาทิ วิธีคิดพิชิตเซ็งสร้างสุข , เทคนิคอ่านหนังสือให้จำแม่น ,วิธีหายใจอย่างมีความสุข, เคล็ดลับทำให้อุปสรรคกลายเป็นยากำลัง , รักอย่างไรให้สมหวัง, ศิลปะการใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข , positive thinking แบบพุทธ , วิธีสอนลูกอย่างสร้างสรรค์ , ขำขันชาวพุทธ ฯลฯ และ ข่าวดีอื่นๆ อีกมากมาย
เชิญสมัคร จดหมายข่าวชาวพุทธ ฟรี ! ครับผม
เชิญกรอกE-mail address

(กรอกอีเมล์ของท่าน-เลือกช่อง "สมัครสมาชิก"- กดปุ่ม Submit)




สมัครสมาชิก
ยกเลิกสมาชิก