ดิฉันย้ายมาอยู่กับสามีที่จังหวัดระยองนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ยังไม่มีลูก จนขณะนี้ลูกคนโตเรียนจบและ กำลังหางานทำ ที่ทำงานของดิฉันมีเจ้าหน้าที่มากมายเป็นร้อยคน แต่ละคนก็มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป เหมือนดอกไม้ที่ต่างสีต่างพรรณต่างกลิ่น คนที่มีลักษณะนิสัยที่คล้ายๆ กันก็คบหาเป็นเพื่อนสนิทกัน รักใคร่ปรองดองกันดี มีอะไรก็ช่วยเหลือเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่เมื่อมีคนต่างกลุ่มเข้ามาก็จะแสดงความห่างเหิน ทักทายตามมารยาทสังคมเท่านั้น ลักษณะเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสังคมไทยในปัจจุบันไปเสียแล้ว ต่างคนต่างอยู่ มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งในที่ทำงาน ซึ่งดิฉันรู้จัก พูดคุยด้วยเสมอๆ แต่ถ้าจะพูดถึงว่าสนิทสนม รักใคร่ อยู่ในกลุ่มเดียวกันดังที่กล่าวมาข้างต้นก็ไม่ถึงขนาดนั้น เธอมีนิสัยชอบการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ซื้อเสื้อผ้ามือสองมาขายให้กับเพื่อนๆในที่ทำงาน เมื่อเธอชอบใจใครเป็นพิเศษ เธอจะขายให้ในราคาถูกและบางครั้งก็จะยกเสื้อผ้าให้ฟรีๆ เธอจะเดาใจลูกค้าออก ว่าชอบเสื้อผ้าแบบใด เธอกะขนาดและบอกสไตล์การแต่งกายให้กับลูกค้าของเธอได้อย่างเหมาะสม จนลูกค้าติดใจ คอยรอซื้อเสื้อผ้าจากเธอทุกสัปดาห์ เพื่อนๆ ให้ฉายาเธอว่า เจ๊เกา เพราะระยะแรกที่เธอทำการค้านี้ จะไปซื้อเสื้อผ้าเกาหลีมาขาย เธอเอากำไรไม่มากนัก ได้แค่ตัวละ 10 20 บาท แต่เธอบอกว่ามีความสุขที่เห็นเพื่อนๆ แต่งตัวกันสวยๆ งามๆ ดิฉันเองก็เป็นลูกค้าประจำของเธอเสมอ แต่ดิฉันจะซื้อเสื้อผ้าตัวที่ราคาไม่แพงมากนัก เพราะคิดว่า มือสอง ไม่น่าจะราคาแพงนัก เธอมักจะคัดเลือกเสื้อผ้าให้ลูกค้าแต่ละคนไม่ซ้ำแบบกัน แบบนี้ต้องเหมาะกับคนนั้น แบบนั้นต้องเหมาะกับคนนี้ ถ้าใครจะซื้อตามความพอใจของตนเองโดยที่เธอไม่เห็นด้วย เธอจะพยายามหว่านล้อม ให้ลูกค้าเอนเอียงไปตามเหตุผลที่เธอกล่าวอ้าง และเมื่อลูกค้าซื้อไปสวมใส่ ใครๆ ต่างก็ออกปากชมกันว่า เหมาะสมสวยงามราวกับไปตัดมาโดยเฉพาะ พี่คนนี้ ไม่เห็นแก่การขายให้ได้เงินอย่างเดียว เธอต้องการให้ลูกค้าได้ของดี ถูกใจและเหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งเราจะหาคนมีน้ำใจแบบนี้ได้ยากในสังคมยุคปัจจุบัน แต่เรื่องที่ดิฉันจะเล่าถึงคุณความดีของเธอ ไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ เป็นเรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้นะคะ ลูกสาวของดิฉันเรียนจบแล้ว ทำงานบริษัทแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ และงานที่ทำนั้น ไม่ตรงกับสาขาวิชาที่เรียนมา แต่ลูกก็พยายามเรียนรู้จนทำงานได้คล่องแคล่ว และอดทนทำมา 6 เดือนแล้ว เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากเจ้าของบริษัท แต่มีปัญหาเกิดขึ้นหลายเรื่อง เป็นต้นว่า เจ้าของบริษัทไม่ซื่อตรง ไม่จริงใจกับลูกค้า เอาเปรียบลูกค้า ที่สำคัญหลอกลวงลูก ตอนที่ไปสมัครบอกว่าจะให้เงินเดือนเท่านี้ มีค่าล่วงเวลา แต่พอไปทำจริงให้เงินเดือนน้อยกว่าที่บอก 3,000 บาท และไม่มีค่าล่วงเวลา ทำงานตั้งแต่ 08.00 จนถึงค่ำมืด บางวันจะต้องทำจนถึงทุ่มเศษหรือสองทุ่ม โดยไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนใดๆ นอกจากในบางครั้งผู้จัดการจะพาไปรับประทานอาหารตามห้องอาหารราคาแพงๆ ดิฉันนำเรื่องนี้มาปรับทุกข์กับพี่คนนี้ บอกว่าสงสารลูก อยากหางานใหม่ให้ลูกทำ เขาทำงานด้วยความเครียด และฐานะของบริษัทไม่ค่อยมั่นคงนัก ลูกค้าผละไป 2 รายแล้ว พี่คนนี้รับปากว่าจะหางานให้ หลังจากที่เธอรับปากกับดิฉัน ผ่านไป 2 วัน เธอก็นำข่าวดีมาบอก ให้ดิฉันบอกกับลูกสาวให้ไปสมัครยังบริษัทซีพี ที่ถนนจันทน์ ก่อนจะไปให้โทรศัพท์ถึงเธอก่อน เพื่อเธอจะได้โทรศัพท์ไปถามเพื่อนของเธอที่ทำงานอยู่ที่บริษัทนั้นว่า ว่างหรือไม่ และทำการนัดหมาย เล่าประวัติของลูกสาวให้เพื่อนของเธอทราบ เธอพยายามพูดโน้มน้าวใจจนเพื่อนของเธอรับปากว่าจะพิจารณาลูกสาวของดิฉัน แต่ก็แจ้งความประสงค์ว่าต้องการรับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เธอโทรศัพท์นัดหมายกับเพื่อนหลายครั้ง เสียค่าโทรศัพท์ พยายามติดตาม ถามความคืบหน้าทั้งวัน เมื่อลูกสาวของดิฉันไปสมัคร เขาแจ้งว่า คุณสมบัติไม่ตรงตามความต้องการของบริษัท พี่คนนี้ปลอบใจดิฉัน และบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่หาที่ใหม่ให้ ไม่ต้องกลัว ดิฉันก็บอกว่า ไม่เป็นไรค่ะ อย่ากังวลใจเลย หาไปเรื่อยๆ สักวันคงได้ รุ่งขึ้นอีกวัน พี่มาบอกว่า พี่หาได้แล้วนะ เป็นบริษัทเกี่ยวกับเงินทุน ได้เงินเดือน 1 หมื่นบาท แต่ค่าที่พักมันแพงหน่อยนะ ลองคิดดูสิว่าจะคุ้มมั้ย ทำ 4 เดือนเงินเดือนขึ้นเป็น 12,000 บาท แต่ช่วงนี้คงลำบากหน่อย จะพอใช้เหรอ ค่าเช่าบ้าน 4000 บาท ค่ารถอีก รวมแล้วก็เหลือ 5000 จะพอกินหรือเปล่า เธอพยายามโน้มน้าวใจเพื่อนที่มีอำนาจในการตัดสินใจรับพนักงานใหม่เข้าทำงานในบริษัท จนเขารับปากว่าจะช่วยเหลือ แต่ติดขัดตรงค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพง ตั้งแต่ดิฉันเกิดมา ยังไม่เคยพบใครที่จะมีน้ำใจงามมากขนาดนี้ แม้แต่ญาติพี่น้องยังไม่ช่วยเหลือมากถึงเพียงนี้ พี่คนนี้วิ่งเต้น เป็นธุระหางานให้กับลูกสาวของดิฉันโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ผ่านไป 3 4 วันก็มาถามอีกว่า จะตัดสินใจว่ายังไง พี่รับประกันเลยว่า ถ้าไปสมัคร จะต้องได้ถึง 80 % เลยละ รับรอง แต่มันติดที่ค่าใช้จ่ายนะ ถ้ามีที่พักราคาถูกกว่านี้ก็แจ๋วเลยนะ จะหาใครไปช่วยหารค่าที่พักให้ลูกได้ล่ะ เธอเป็นกังวลใจมากกว่าดิฉันซึ่งเป็นแม่อีกนะคะ ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งใจพี่คนนี้มากเหลือเกินค่ะ เจอหน้าเธอดิฉันจะรีบไหว้เธอทันทีค่ะ รู้สึกเหมือนเธอเป็นพี่สาวคนโต ที่คอยดูแล ปกป้องน้องเล็ก เธอไปไหน จะซื้อขนมติดมือมาฝากเพื่อนๆเสมอๆ ดิฉันก็พลอยได้รับอานิสงส์นี้ด้วย เพื่อนๆ ในที่ทำงานส่วนมากจะรักใคร่ ในอัธยาศัยไมตรีของเธอ เรื่องของความมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคน ใครๆก็เอ่ยปากชมเธอกันถ้วนหน้าค่ะ จาก 179/10 ถ. ตากสินมหาราช ต. ท่าประดู่ อ. เมือง จ. ระยอง 21000 อยากให้ทุกคน (ขอแค่ประเทศไทยก็พอค่ะ) มีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เห็นแก่ตัว แค่ครึ่งหนึ่งของพี่คนที่กล่าวมานี้ก็พอแล้วละค่ะ |
เชิญสมัคร จดหมายข่าวชาวพุทธ ฟรี ! ครับผม เชิญกรอกE-mail address (กรอกอีเมล์ของท่าน-เลือกช่อง "สมัครสมาชิก"- กดปุ่ม Submit)
|