 |
ความคิดเห็นที่ : 1 |
 |
| |
มาให้กำลังใจคุณนิว นะคะ
http://www.budpage.com/forum/view.php?id=79
เราจะพยายามมีสติคิดดี เพื่อที่จะได้พูดดี และทำดี จนเป็นนิสัย
http://www.thai60.com
คำอวยพร :- เวลาง่วงนอนก็ขอให้หลับง่าย ไม่มีความเครียด นะคะ
นอนหลับสนิท ตื่นขึ้นมาสดชื่น สบายๆนะคะ โอมเพี้ยง
|
|
|
 |
โดยคุณ
ป้านพ เมื่อ 29 มกราคม 2550, 18:18 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 2 |
 |
| |
นอนไม่หลับ ทำไงดี
สะบัดชัย ณ บัลวี
คนคิดอิจฉาริษยา ตาร้อนมักนอนไม่หลับ
คนคิดดีนอนพับหลับผลอยอร่อยไปเลย
ถ้าคุณอายุยี่สิบขึ้นไปรับรองว่าต้องเคยได้ยินหรือได้เคยร้องเพลงนี้ตอนเด็กๆแน่ แต่แหม...หลายๆคนที่มีอาการนอนไม่หลับ แล้วเพลงนี้มันช่างแสลงใจเสียจริง ไอ้เราจะนอนให้หลับ มันก็แสนยากแสนลำบาก ยังมาตามว่าเราว่าเป็นคนขี้อิจฉาตาร้อนเสียอีก ไม่ไหวๆแต่จริงๆแล้วผมเชื่อว่าผู้แต่งเพลงนี้เค้าไม่ได้ตั้งใจจะว่าใครหรอกครับ เขาเพียงแต่จะสื่อว่ากายกับจิตเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง เกี่ยงเนื่อง และเกี่ยวโยงกัน
เหมือนที่อาจารย์หมอบรรจบกล่าวสอนผู้ที่มาเข้าคอร์สบำบัดล้างพิษสิบวันที่บัลวีนะครับว่าสุขภาพที่ดีต้องเกิดขึ้นจากร่างกายที่แข็งแรง การกินอาหารที่พอเพียง ไม่มากไม่น้อยเกินไป โดยที่ได้ครบสารอาหารที่จำเป็นตามสภาพร่างกาย และ เกิดจากจิตใจที่สดชื่น แข็งแรง เบิก บานและสดใส (อิอิ
ผมแอบเอาส่วนหนึ่งของคำสอนที่ฟังดูง่ายแต่ลึกซึ้งมาบอกพวกเราผู้ท่องInternet ผู้รักสุขภาพกัน อาจารย์อย่าว่ากันนะครับ สำหรับรายละเอียดลองหาซื้อหนังสือของอาจารย์อ่านดูหรือไม่ก็แวะเวียนมาที่บัลวี เผลอๆจะได้ลองล้างพิษดูซักครั้ง)
กล่าวง่ายๆ คือ กายและใจเกื้อหนุนกันและกันไม่เว้นแม้แต่เรื่องการหลับการนอน ดังนั้นสำหรับที่นอนไม่หลับแล้วเราต้องมาดูกันทีละข้อไปเลยครับว่าสมดุลส่วนไหนที่ขาดตกบกพร่องไป
' นอนไม่หลับ' คืออะไร
ถึงตรงนี้คุณๆท่านๆอาจจะกำลังนึกในใจว่าคนเขียนคนนี้ท่าจะเพี้ยน นอนไม่หลับก็คือนอนไม่หลับสิ จะเป็นอะไรได้อีก แต่ที่จริงแล้วความหมายมันมีมากมายลึกซึ้งกว่านั้นมากโดยรวมถึง ปัญหาความลำบากในการเข้าสู่ภาวะหลับไหล ปัญหาความไม่สามารถนอนหลับอย่างเป็นสุข การตกใจตื่นเนื่องจากฝันร้าย ปัสสาวะราด การที่ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำ การที่นอนตื่นแล้วรู้สึกไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเป็นต้น
การนอนไม่หลับนั้นอาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ เป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวที่เกิดขึ้นเมื่อคนเราประสบปัญหาความเครียดและอาการเรื้อรัง ซึ่งอาจจะเกิดจากความเจ็บป่วยของร่างกายหรืออาการเสื่อมของนาฬีกาชีวะในร่างกายอันเกิดจากนิสัยการนอนที่ไม่เป็นเวลา ลองถามผู้ที่ทำงานเป็นกะ เช่น แอร์โฮสเตสดูว่าภายใต้รอยยิ้มหวานนั้นมีความทุกข์เรื่องนี้ซ่อนอยู่หรือไม่
ในทางการแพทย์นั้นอาจจะถือว่าอาการเรื้อรังนั้นน่าเป็นห่วงมากกว่าอาการที่เกิดขึ้นนานๆครั้งเนื่องจากความเสื่อมของร่างกายที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายกว่าเหลือคณานัก แต่เนื่องจากผมไม่ใช่หมอจึงขอตั้งคอเถียงเป็นเอ็นเลยครับว่า นอนไม่หลับแป๊บเดียว หรือ ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้นมันก็ทรมานทั้งหมดแหละครับ ไอ้ที่ว่าทรมานมาก ทรมานน้อย ความเสื่อมมาก ความเสื่อมน้อย นั้นมันก็ไม่เท่ากับความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากสภาพความไม่สมบูรณ์อันนี้แหละครับ ไม่เจอเข้ากับตัว ไม่รู้สึกหรอกครับ จริงไหม ???
ที่ว่าเคยนั้นน่ะ ก็ตอนเรียนอยู่นอกเมืองครับ ใกล้สอบก็เครียดๆ กลัวทำได้ไม่ดีเท่าที่หวัง กลัวทำให้คนอื่นผิดหวัง และกลัวทำให้ตนเองผิดหวัง สารพัดสารพัน เลยพาลเป็นโรคเครียดไปเลย จะนอนทีก็กระสับกระส่ายกว่าจะหลับก็กลิ้งแล้วกลิ้งอีกไม่รู้กี่สิบที เลยเข้าใจไงครับว่าทุกขเวทนามันเป็นอย่างไร ทีนี้ผมก็เหมือนกับบุคคลธรรมดาสามัญทั่วไป คืออยากหาทางออกที่เร็วที่สุด ทำไงล่ะ มองซ้ายทีมองขวาที ก็เจอยาแก้ภูมิแพ้ที่ตัวเองกินอยู่ เม็ดนิดเดียวแต่ชะงัดนัก ก็เริ่มจากครึ่งเม็ดก่อน แล้วก็หลับสบายดี แต่ว่าภายหลังต้องเพิ่มdose ขึ้นเรื่อยๆเป็นหนึ่งเม็ดเต็ม ถึงจะโงนเงนลงมาได้ ก็นึกในใจว่า ซวยแล้วเรา จะติดยามันก็คราวนี้ จึงได้หักดิบ แบบที่ฝรั่งว่า ' go cold turkey' และใช้การอดโดยน้ำผลไม้เข้าร่วม โชคยังดีที่รู้ตัวทันเลยถอยล้างพิษทันโดยไม่มีปัญหาอะไรนัก ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้มีหวังคงไม่รอด ผมเลยเข้าใจความทุกข์นี้ไงครับ
เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนอน
โอย
อันนี้มันเยอะแยะมากมายเลยครับ เอาที่เด่นๆมาเล่าให้ฟังแล้วกันนะครับ
1. คนเราต้องนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ช่วงโมงต่อคืน
อันนี้เป็นอะไรที่คนเชื่อกันมากเลย เพราะมักจะได้ยินบ่นให้ฟังว่า เมื่อคืนนอนแค่เจ็ดชั่วโมงครึ่งเองเลยเพลียๆทั้งวัน อันนี้เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆเลยครับ เรามัวแต่เอาเงื่อนเวลามาผูกมัดตัวเองว่าต้องนอนให้ยาวเท่านั้นเท่านี้ ถ้าไม่พอจะง่วงเหงาหาวนอน ทำอย่างนี้มันก็เป็นการสั่งจิตตัวเองตลอดเวลาสิครับว่าต้องเพลีย อย่างที่เค้าว่า ว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
ที่จริงแล้วนั้นระยะเวลาไม่ใช้สิ่งสำคัญที่สุดในการนอนหลับ แต่เป็นคุณภาพของการนอนมากกว่า นั่นคือ การที่นอนหลับในระดับลึก หรือหลับสนิท โดยที่การแพทย์ได้มีแบ่งเป็นระดับดับต่างๆ เช่น Rapid Eyes Movement Stage หรือ ระยะที่ตาหมุนไปมาอย่างรวดเร็วเป็นต้น รายละเอียดเป็นอย่างไรนั้นถ้าสนใจก็ลองตั้งกระทู้ถามทางทีมแพทย์ในwebboard ได้นะครับ ผมกลัวว่าท่านๆจะเบื่อหลับไปซะก่อนอ่านบทความนี้จบ ( แต่เอ
ถ้าเป็นอย่างนี้จริงๆก็ดีสิ จะได้หลับเสียที ฮ่าๆ )
จริงๆแล้วที่เค้าบอกว่าแปดชั่วโมงเป็นเพียงแค่ระยะเฉลี่ยเท่านั้นไม่ใช่ข้อกำหนด จะนอนนานแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัย และสภาพร่างกายของเราครับ แต่ถ้าลองได้หลับสนิทซักพักนั้นก็พอที่จะทำให้ร่างกายสดใสขึ้นมาได้ การนอนพักนั้นเราคงได้ยินคำว่า 'nap' แล้ว แต่รู้ไหมครับว่าเขามีคำเรียกว่า ' 40 winks' คือการเปรียบเทียบว่าการนอนพักที่ระยะเวลานานเท่ากับการกระพริบตาสี่สิบที ( 5-8 นาที) นั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้สดชื่นได้ อย่างที่เขาพูดถึงว่า Churchill นายกรัฐมนตรีเมืองผู้ดี ผู้ที่นำอังกฤษพ้นสงครามโลกนั้น มีความลับในความสามารถอยู่ที่ การแอบงีบ 40 winks ทุกวันนี่เอง
2. คนแก่ต้องการการนอนหลับน้อยกว่าคนหนุ่มสาว
ผู้สูงอายุนั้นต้องลุกขึ้นลุกลงกลางดึกนั้นไม่ใช่เพราะว่าพวกท่านได้นอนเต็มอิ่มแล้วแต่ว่าที่ท่านตื่นขึ้นมาเพราะว่าท่านถูกปลุกขึ้นมาด้วยสิ่งเร้าต่างๆต่างหาก อย่างเช่นความต้องการเข้าห้องน้ำ เสียงดัง อุณหภูมิของห้อง ดังนั้นเราไม่ควรดีใจว่ามีคนคอยตื่นมาเฝ้าบ้านให้ตอนดึกๆ หรือที่ท่านสามารถตื่นมารอใส่บาตรพระรูปแรกได้ในตอนเช้า แต่เราควรสอบถามท่านบ้างว่ามีอะไรมารบกวนท่านบ้างไหม
อ้อ
พูดถึงเรื่องนี้แล้วนึกเรื่องที่อาจารย์บรรจบเล่าเรื่องหนึ่งได้ว่า จะมีคนแก่คนเฒ่าอีกประเภทที่หลับได้หลับดีทั้งวัน นั่งตรงไหนก็หลับ อันนี้เป็นด้านตรงข้ามของโรคนอนไม่หลับ แต่ก็เป็นทุกข์เหลือเกินเพราะว่ามันง่วงเหงาหาวนอนทั้งวัน หาความสดชื่นไม่ได้ อาจารย์ท่านให้ลองตรวจดูว่าอากงอาม่าที่ท่านง่วงนอนตลอดนั้น อาบน้ำร้อนเกินไปหรือเปล่า เพราะว่าการอาบน้ำอุ่นนั้นผ่อนคลายจริง แต่ว่าการอาบน้ำร้อนไป นานไปอาจจะส่งผลดังกล่าวได้
3. การนอนหลับนั้นรักษาไม่ได้
อันนี้ขอยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยว่าไม่จริง คนที่นอนไม่หลับจะสามารถนอนหลับได้ โดยต้องเชื่อมั่นก่อนเป็นการสั่งจิตตัวเองว่าต้องหายๆ ใครจะว่าไง รายงานฉบับไหน ว่ายังไงไม่ ต้องไปสนใจหรอกครับ เราเชื่อมั่นในตัวเองเสียอย่างครับ จะหายไวหายช้าก็ขึ้นอยู่กับตัวเราล่ะครับ อย่างที่ฝรั่งว่า ' Better late than never' - หายช้าดีกว่าไม่หายเลยนะครับ
คุยกันมาตั้งนานแล้วผมว่าเรามาลองดูกันว่าเราจะทำยังไงให้การนอนหลับเราดีขึ้น อันนี้น่าสนใจมากเลยครับเพราะวิธีการนั้นหลากหลายจริงๆครับลองมาดูกันเลย
1. นับแกะ
อะฮ้า....ถึงตรงนี้ท่านๆ คงบอกว่า ' นึกแล้วเชียว' เพราะมันมีมานานแสนแล้วเพราะฉะนั้นคำถามคือมันได้ผลไหมเนี่ย เรื่องนี้น่าสนใจครับ เพราะ Clifton Fadiman พูดถึงการนอนไม่หลับเนื่องจากความคิดมากว่า 'Insomnia is a gross feeder. It will nourish itself on any kind of thinking, including thinking about not thinking.' หรือก็คือ การนอนไม่หลับนั้นเป็นผู้บริโภคอันฉกาจ จึงสามารถบำรุงตัวมันเองด้วยความคิดอันว้าวุ่นทั้งหลาย รวมถึงความคิดพยายามที่จะไม่คิดอีกด้วย ลองดูง่ายๆสิครับ ถ้าเรามานอนบอกตัวเองให้ไม่คิดๆ จะได้หลับๆ เราก็มัวกังวลว่าจะคิดๆ จนนอนไม่หลับเพราะความคิดนี้เอง
เพราะฉะนั้นเคล็ดลับมันคือไม่ใช่ไม่คิดแต่ไปคิดเรื่องอื่น (Diversion) อันต่างจากที่เราครุ่นคิดอยู่ มาสนใจสิ่งอื่น เป็นหลักการเดียวกับอาปานัสสติ หรือการทำสมาธิแบบกำหนดลมหายใจเข้าออกอันเป็นปัจจุบัน
ดังคำสอนของพุทธองค์ว่า อตีตํ นานฺราคเมยฺย ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงมาแล้ว และ นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง นั่นแหละครับ ดังพระอาจารย์สิงห์ทน นราสโภท่านเทศน์สอนไว้ว่าจิตใจคนเรานี้เหมือนลิงครับ มันวิ่งไปวิ่งมาให้วุ่นไปหมด เพราะฉะนั้นเราต้องหาหลักอะไรสักอย่างมาจับมันไว้แล้วเอาสติเป็นห่วงคล้องเอาไว้ ตลกดีนะครับ เอาแกะมาจับลิง !!!
2. อาบน้ำอุ่นก่อนนอน
อย่างที่เรียนไปในตอนต้นแล้วว่าการอาบน้ำอุ่นนั้นทำให้ร่างกายผ่อนคลาย จึงจะสามารถพักผ่อนได้ อันที่จริงแล้ว บัลวีแนะนำการอาบน้ำอุ่นเฉพาะตอนก่อนนอนทั้งนั้น เพราะหากต้องการความกระปรี้กระเปร่า แล้วน้ำเย็นนี่ดีที่สุดครับ ถ้าทนไม่ไหวก็น้ำอุ่นก่อน แล้วก็ราดน้ำเย็นตาม
3. ดื่มอะไรอุ่นๆก่อนนอน
คล้ายกับข้อแรกครับ คือการใช้สิ่งอุ่นเพื่อความผ่อนคลาย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมสังเกต เห็นทั้งเพื่อนฝรั่งทั้งเพื่อนจีนที่ทำ คือคนฝรั่งเขาจะดื่มนมผสมน้ำผึ้งอุ่นๆสักแก้ว และคนจีนจะดื่มน้ำร้อนใส่ลูกพุงทะลายก่อนนอน แต่อย่างที่คนรักสุขภาพ สมัยใหม่ทราบกันดีการดื่มนมนั้นจะส่งผลร้ายในระยะยาว โดยภูมิแพ้เป็นเพียงอันตรายที่เล็กที่สุดแล้วครับ และการบริโภคน้ำหวานน้ำผึ้งก่อนนอนนั้นจะส่งผลให้อ้วนและอาจทำให้เป็นเบาหวานได้
ถ้าอยากลองวิธีนี้จริงๆผมแนะนำนมถั่วเหลืองเจที่ปราศจากน้ำตาลครับ เพราะจะได้ผล เช่นเดียวกันโดยไม่มีผลร้ายด้วย อีกทั้งน่าจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากถั่วเหลืองด้วย และถ้ายังไม่พออาจจะทานผลไม้ที่ Potassium สูง เช่น กล้วยเล็บมือนางสักลูก หรือ กล้วยน้ำว้าสักครึ่งลูก เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุนั้นโดยไม่ได้รับ คาร์โบไฮเดรตมากเกินไปเพื่อไม่ให้อ้วน การที่เราทานอะไรเข้าไปในท้องคือ การกระตุ้นอวัยวะภายในให้ทำงาน เลือดจึงต้องแบ่งออกมาจากส่วนอื่นๆ รวมทั้งสมอง ดังนั้นเราจึงรู้สึกง่วงนอนขึ้น
สำหรับวิธีของชาวจีนนั้นผมชอบมากเลยครับเพราะเพื่อนบอกว่า เจ้าลูกพุงทะลายหรือลูกสำรองนั้น ช่วยในการปรับสมดุลยินและหยางในร่างกาย ลดอาการร้อนใน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการขับพิษออกจากร่างกายด้วย แต่ว่าผมไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ ทราบแต่ว่าเจ้าลูกนี้พอแช่น้ำแล้วมันจะพองออกมาเป็นวุ้นๆ คือทั้ง อุ่น อิ่ม และ อร่อยครับ ง่ายๆแค่นี้แหละครับก็นอนหลับแล้ว
4. สุคนธบำบัด (Aromatherapy)
แม้ศาสตร์ด้านนี้จะใหม่สำหรับประเทศไทย แต่ต่างชาติยอมรับกันแล้วว่ามันได้ผล สำหรับความผ่อนคลาย และช่วยให้นอนหลับนั้นให้ใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ (Lavender) และหรือ ดอกส้ม (Orange) 5 ห้าหยดในอ่างอาบน้ำอุ่น แล้วลงไปแช่สักพักให้ผ่อนคลาย รับรองผ่อนคลาย ถ้ายังไม่ได้ผลให้ใช้ 2-4 หยดลงบนหมอนจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น แต่ว่าถ้าทำอย่างนี้ก็ต้องซักหมอนกันบ่อยหน่อยมิฉะนั้นไรฝุ่นถามหาแน่ๆครับ
5. นอนหันหัวไปทางทิศเหนือ
เรื่องนี้ไม่ใช่ฮวงจุ้ย หรือโหราศาสตร์ความเชื่ออะไรหรอกครับ แต่เป็นวิทยาศาสตร์ที่แปลกออกซักหน่อย คือลักษณะของการรักษาโดยอิงคลื่นพลังแม่เหล็ก โดยการนอนตามแนวเหนือใต้นั้นจะทำให้ร่างกายเรามีความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ โดยอิงกับขั้วแม่เหล็กโลก ความสมดุลนี้จึงส่งผลให้ร่างกายเราสงบและได้พัก จึงอาจจะทำให้หลับลงได้ดีขึ้น
6. นอนกระดิกนิ้วเท้า
อีกคำแนะนำแปลกๆที่น่าสนใจ ตามหลัก Reflexology หรือการสะท้อนพลังที่เอามา ประยุกต์เป็นศาสตร์การนวดเท้ารักษาโรค ในร่างกายคนเรามีเส้นโคจรของพลังที่เชื่อมต่อทุกส่วนของร่างกายเข้าด้วยกัน และบางเส้นนั้น จะไปหยุดลงที่ปลายนิ้วเท้า การที่เรากระดิกนิ้วเท้าเพลินๆ นั้นเป็นการผ่อนคลายเส้นโคจรนั้น ทำให้อวัยวะต่างๆที่เชื่อมต่อนั้นผ่อนคลายไปด้วยจึงทำให้นอนหลับได้เร็วและดีขึ้น แต่ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่าการกระดิกเท้านั้นต้องทำแค่พอเพลินๆให้ relax ครับ อย่าไปกังวลว่าจะกระดิกยังไง เร็วช้า มากน้อยแค่ไหน แล้วจะหลับดีครับ กุญแจอยู่ที่การผ่อนคลายจิตใจ มากกว่าการกระดิกเท้าครับ
Page [2] [1] [3]
7. การนวดท้อง
การนวดเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นครับ ดังนั้นถ้านอนไม่หลับเพราะร่างกาย เครียดมากอาจจะนวดท้องตัวเองโดยมีเคล็ดว่าถ้าต้องการให้ถ่ายดีต้องนวดตามเข็มนาฬิกาเพราะเป็นทางที่อาหารเดินทางในท้องคนครับ ในทางตรงกันข้าม หากท้องเสียอาจจะนวดในทวนเข็มนาฬิกาเพื่อบรรเทาอาการครับ
8. การปรับนาฬิกาชีวะ
อย่างที่เรียนให้ทราบแล้วว่าการนอนหลับนั้นเป็นกลไกที่เกิดขึ้นจากนาฬิกาชีวภาพในร่าง กายที่สั่งให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมนที่ช่วยให้เกิดการง่วงต่างๆ ดังนั้นถ้านาฬิกานั้นดีเราก็จะหลับสบายขึ้น การที่เราจะปรับนาฬิกานี้ นั้นต้องใช้ความสม่ำเสมอเป็นวิธีครับ เพราะฉะนั้นการเข้านอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งหมายรวมถึงการไม่นอนหลับยาวในวันหยุดซึ่งจะทำให้เกิดความสับสนของนาฬิกานี้ด้วย
นอกจากเงื่อนเวลาแล้ว เงื่อนสถานที่ก็สำคัญในการปรับนาฬิกาในร่างกายเราด้วย นี่คือการที่นอนสม่ำเสมอในที่ๆเราคุ้นเคยและรู้สึกผ่อนคลาย ไม่นุ่มและไม่แข็งเกินไป และที่สำคัญต้องไม่ทำกิจกรรมอื่นใดเช่น การกิน การทำงานบนเตียงนอน เพราะมิฉะนั้นร่างกายอาจไม่สนองต่อความต้องการพักได้เพราะความไม่ผ่อนคลายในสถานที่นั้นๆ
9. คริสตัลบำบัด
เรื่องของหินและคลื่นพลังจากหินเป็นศาสตร์ทางเลือกที่น่าสนใจมากครับ เนื่องจากบัดนี้เป็น ที่ยอมรับกันว่าแร่ผลึกธรรมชาติต่างๆนั้นสามารถส่งคลื่นความที่ออกมาโดยมีผลกระทบต่อจิตใจคนเราได้ โดยมีสามอย่างที่น่าสนใจ คือ เทอร์คอยซ์ (turquoise) ลาปิส ลาซูรี่ (Lapis Lazuli) และ อะเมทิสต์ (Amethyst ) โดยผลึกแร่ทั้งสามนี้มีความสามารถในการสงบสติอารมณ์ และความฟุ้งซ่าน จึงสามารถส่งผลให้สามารถนอนหลับได้ดีขึ้น อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ คดไม้สัก หรือ แก้วตาเสือ (Tiger's eyes) เพราะเชื่อว่าสามารถกันฝันร้ายได้ จึงสามารถใช้กับผู้ที่นอนไม่หลับเพราะความฝันมารบกวนได้
ศาสตร์ด้านนี้เป็นเรื่องที่มีองค์ความรู้ที่กว้างมาก ทั้งการเลือกใช้ การล้าง และการจัดเก็บ ถ้าสนใจลองหาอ่านได้ในหนังสือ "รัตนชาติบำบัด" ของ พญ. ลลิตา ธีรสิริ จากสำนักพิมพ์รวมทรรศน์
10. เครื่องรางกันฝันร้าย (Dream Catcher)
พูดถึงเรื่องฝันทำให้ผมนึกขึ้นได้ ชนพื้นเมืองอเมริกามีการทำเครื่องร่างกันฝันร้ายออกมาเป็นลักษณะวงกลม และมีเชือกกั้นเป็นตาข่ายอยู่ข้างใน และมีรูตรงกลาง เขาเชื่อกันว่าเจ้าเครื่องรางอันนี้มันจะดักความฝันร้ายไว้เหมือนกับที่แหดักปลาไว้ แต่จะปล่อยให้ความฝันดีนั้นผ่านรูตรงกลาง อ้อ
มีเคล็ดนิดนึงนะครับ คือ เขาเชื่อว่าเจ้าฝันร้ายที่ถูกสกัดไว้นี้จะสลายไปเมื่อต้องแสงอาทิตย์เช่นเดียวกับที่ฝันร้ายจะหายไปเมื่อเราตื่นขึ้นยามเช้า เพราะฉะนั้นก็หมั่นเอาเจ้าเครื่องรางนี้มาตากแดดบ่อยๆนะครับ
11. สวดมนต์
บางครั้งคนเราก็มองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไป แล้วมองหาอะไรที่มันยุ่งยาก อย่างการสวดมนต์นี้ครับ เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกชาติศาสนาทำได้ เราไม่ต้องเสียเงินเสียทองหาซื้อให้เปลือง ไม่เสียเวลามาก เพียงแต่สวดออกมาให้ตัวเองได้ยินด้วยอย่าสวดไว้ในใจ การทำดังนี้จะได้ประโยชน์สองระดับหนึ่ง คือ ได้ระดับของจิตใจ เพราะการสวดมนต์เป็นบุญกริยาวัตถุสิบที่พร้อมพลันได้ทั้งบุญทั้งความสงบของใจและถ้าสวดเสียงดังนั้นจะสามารถกระตุ้นร่างกายโดยลักษณะของคลื่นพลังเสียงตามคำแนะนำของ Dr. Richard Gerber ด้วย เรียกว่าดีทั้งกายและใจเลย
สำหรับชาวพุทธแล้วผมแนะนำบทแผ่เมตตาหลวง(http://www.balavi.com/content/katha.asp ) ก่อนนอน เป็นการแผ่ความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาให้กับ 12 ภพ ตั้งแต่เทพเทวา มนุษย์ ลงมาถึงเหล่าสัตว์นรกเลยครับ การแผ่พลังบุญพลังธรรมนั้นเป็นการแผ่ความร่มเย็นไปสู่ทุกสารทิศซึ่งส่งผลสะท้อนให้ตัวเองด้วย เราจึงหลับได้ดี นอกจากนั้นการสวดมนต์และปฏิบัติธรรมเป็นเหมือนดังอาวุธทั้งสาม กล่าวคือ ทาน ศีล และ ภาวนา เพื่อขจัดมารทั้งสามคือ โลภ โกรธ หลง ที่จะมาบั่นทอนจิตใจของเราด้วยครับ
ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ที่ว่า "ดูก่อนภิกษุ...บัดนี้เราเตือนท่าน สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด..." คือการไม่ประมาทต่อความตาย จะเข้านอนแล้วยังรู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีความแน่นอนครับ
ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำเรื่องการนอนไม่หลับครับ โดยสรุปสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของจิตใจครับ ใจสบายกายก็หลับครับ ถ้าลองหมดแล้วยังไม่หลับก็อย่าไปบีบบังคับมัน ดังที่อาจารย์แพทย์หญิง จิรพรรณ มัธยมจันทร์ สอนว่า จิตใจมนุษย์นี่เป็นเหมือนปลา เมื่อเราจับมันขึ้นมาจากที่ๆมันเคยอยู่ ที่ซึ่งอาจเต็มไปด้วยความว้าวุ่นสับสน มันก็จะดิ้นให้หลุด ถ้าเราบีบบังคับมัน มันก็ตาย ถ้าปล่อยมัน มันก็โดดหาตมตามเดิม ดังนั้นเราต้องประคับประคองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ช้อนมาสู่น้ำที่ใสกว่าสงบกว่าจึงจะสำเร็จ เหมือนดังเล่นว่าวต้องรู้จักผ่อนรู้จักดึงสายป่านตามแรงลมหาใช่สักแต่ชักอย่างเดียวไม่ และท่านพุทธทาสให้ข้อแนะนำไว้ว่ามนุษย์เรานี่แท้นี้ถือว่าตนประเสริฐนัก แต่แท้จริงน่าจะหัดเรียนกับเพื่อนสัตว์บ้าง อย่างท่านที่นอนไม่หลับควรเรียนกับอาจารย์ไก่ว่า
"ถ้าคนเรา...........เปรียบกับไก่..................ดูให้ดี มันไม่มี.............นอนไม่หลับ.................ไม่ปวดหัว
ไม่มีโรค..............ประสาท......................ประจำตัว โรคจิตไม่.............มากลั้ว...................กับไก่น้อย
คนในโลก..............กินยา....................เป็นตัน ๆ พวกไก่มัน.............ไม่ต้องกิน...............สักเท่าก้อย
หลับสนิท...............จิตสบาย.................ร้อยทั้งร้อย รู้สึกน้อย................แห่งน้ำใจ.................อายไก่เวย
ได้เป็นคน................หรือจึงได้...............นอนไม่หลับ ควรจะนับ................ว่าเป็นบาป................หรือบุญเหวย
มีธรรมะ..................กันเสียนะ..................อย่าละเลย อยู่เสบย.................ไม่ละอาย.................แก่ไก่มัน"
อ่านถึงตรงนี้ ผมหวังว่าทุกท่านจะง่วงเต็มทีแล้ว ขอให้หลับให้สบายนะครับ แต่ถ้าต้องตื่นมาเพราะเสียงคนข้างๆกรน เรื่องนี้ก็ตัวใครตัวมันแล้วครับกระผม !!!
http://www.balavi.com/content_th/exercise/mind9.asp
คำอวยพร :- ก็อปมาจากเว็บของบัลวี ยาวหน่อยนะคะ ลองทำดูเท่าที่จะทำได้นะคะ คิดว่าคงช่วย
ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
|
|
|
 |
โดยคุณ
นีน่า เมื่อ 29 มกราคม 2550, 18:45 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 3 |
 |
| |
ลองสวดมนต์ในใจไปเรื่อยๆ
ไม่ต้องตั้งใจมาก เดี๋ยวก็หลับเองครับ
คำอวยพร :- หลับฝันดีทุกคืนนะครับ
|
|
|
 |
โดยคุณ
เสรี เมื่อ 29 มกราคม 2550, 21:16 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 4 |
 |
| |
กว่าจะอ่านความคิดเห็นที่ คุณนีน่า คัดมาจาก อ.บรรจบ ร่ายยาว จนป้านพตาลายแล้วนะคะ
แต่คืนนี้ป้านพเผลอไปดื่มชาร้อน ตาก็เลยแข็ง ไม่รู้สึกง่วงเลยน่ะค่ะ
ซึ่งป้านพก็สังเกตุว่า วันไหนดื่มน้ำชา ไม่ว่าจะเป็รชาจีน ชาลิปตัน แล้ว จะมีอาการนอนไม่หลับค่ะ
คือตาจะค้าง จึงหาอะไรทำเพลินๆเช่นถักนิตติ้ง หรือประดิษฐ์เทียนประดับ เหล่านี้เป็นต้น
แล้วจะไม่ฝืนหรือบังคับตัวเองให้หลับ เพราะมันไม่ง่วงน่ะค่ะ
เราจะพยายามมีสติคิดดี เพื่อที่จะได้พูดดี และทำดี จนเป็นนิสัย
http://www.thai60.com
คำอวยพร :- อย่างคืนนี้ ก็เล่นท่องเน็ตไปเรื่อยๆ จนกว่าช.ม.เน็ตจะหมดนะคะ
|
|
|
 |
โดยคุณ
ป้านพ เมื่อ 29 มกราคม 2550, 23:03 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 5 |
 |
| |
ขั้นตอนฝึกตนเองให้เป็นคนหลับง่าย
๑. อาบน้ำอาบท่าให้ร่างกายสดใสก่อนนอนก่อนนะครับ ชำระล้างสิ่งปรกออกจากร่างกาย คิดในใจว่า "ธรรมะเหมือนน้ำ กิเลสเหมือนขี้ไคล ชำระล้างกายใจให้สะอาดก่อนนอน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นสร้างสรรค์คุณงามความดีกันใหม่ "
๒. ปิดไฟ นอนหลับตาในท่าสบาย ๆ ยิ้มน้อย ๆ ทำให้ร่างกายของตัวเองผ่อนคลาย แบมือหงายราบกับที่นอน เป็นสัญลักษณ์ว่าเราปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง หมดกังวลในเรื่องทั้งหลาย
๓. หายใจอย่างสดชื่น สูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอด อย่างอ่อนโยน ประกอบด้วยรอยยิ้ม หายใจเข้าออกช้า ๆ จินตนาการว่าลมหายใจของเรานี้ช่างละเอียดอ่อนเสียนี่กระไร
๔. เริ่มต้นกล่อมใจให้นอนหลับด้วยการนึกมโนภาพ ภาพ "เด็กทารก" น่ารักสักคนไว้ในใจ เพื่อเป็นอุบายทำให้จิตมีเมตตา (ใครนึกภาพไม่ออกไปหาภาพโฆษณาที่มีรูปเด็กมาดูให้ติดตาก่อนก็ได้)
๕. พอจิตเกิดเมตตาแล้ว ให้ส่งคลื่นแห่งความรักของเราไปยังทิศเบื้องหน้า ให้พยายามจินตนาการว่าความรักของเรากำลังแผ่ขยายออกไปอย่างไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ (เหมือนจักรวาลที่ไม่มีขอบเขต) ส่งความรักความห่วงใยไปยังทุก ๆ ชีวิต ด้วยการพูดในใจเบา ๆ ว่า "ขอให้ทุกๆชีวิตมีความสุข สุขกาย สุขใจ"
๖. ให้กลับไปเริ่มที่ขั้นที่ ๔ อีกครั้ง แล้วต่อด้วยขั้นที่ ๕ แต่คราวนี้ให้เปลี่ยนเป็นไปเป็นทิศเบื้องขวา
๗. ให้แผ่เมตตาครั้งละ ๑ ทิศเบื้องหน้า -เบื้องขวา-เบื้องหลัง-เบื้องซ้าย-เบื้องบน- และ เบื้องล่าง เป็นลำดับกันไป เมื่อครบทุกทิศแล้วให้เริ่มต้นที่ทิศเบื้องหน้า ใหม่อีกครั้ง
๘. แผ่เมตตาตามลำดับทิศเช่นนี้เรื่อยไป (เหมือนกับที่นักจิตวิทยาฝรั่งสอนให้นับแกะข้ามรั้ว) จนกว่าเราจะหลับไปด้วยรอยยิ้ม
๙. คุณจะค้นพบด้วยตัวเองว่า ในไม่ช้าคุณจะกลายเป็นคนที่หลับง่าย ฝันดี ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยจิตใจที่เบิกบานแจ่มใส
คำอวยพร :- http://www.budpage.com/nicesleep.shtml
|
|
|
 |
โดยคุณ
ช่วยกัน เมื่อ 31 มกราคม 2550, 06:29 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 6 |
 |
| |
เมื่อก่อนเคยเป็นคนหลับยากลองสวดมนต์ก่อนนอนสวดเยอะๆค่ะจบด้วยบทสวดอิติปิโสฯเท่าอายุบวกหนึ่งและแผ่เมตตาจากนั้นนอนหงายเอามือวางบนท้องภาวนาพุทโธเหมือนเรานั่งสมาธืภาวนาไปเรื่อยๆก็หลับค่ะ
คำอวยพร :- ลองดูนะคะ
|
|
|
 |
โดยคุณ
มารูโกะ เมื่อ 02 กุมภาพันธ์ 2550, 15:03 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 7 |
 |
| |
นอนไม่หลับ อยู่บ่อยครั้ง เลย ตื่นขึ้นมา เดืนจงกรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา
แล้วกลับไปนอนใหม่ หลับสบายไปเลยจ้ะ รับรองได้ผลนะจ้ะ ถ้าตั้งใจทำ
คำอวยพร :- ไม่ลองไม่รู้จ้ะ ผลเกิดแต่เหตุ ทำเหตุเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น
|
|
|
 |
โดยคุณ
ป้าอัญ มีนบุรี เมื่อ 08 กุมภาพันธ์ 2550, 18:08 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 8 |
 |
| |
ใช้แล้วค่ะ การสวดมนต์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องนอนนับแกะหรือสัตว์อะไรหรอกค่ะ สวดมนต์ ทำสมาธิ นี่ล่ะดีแล้ว
คำอวยพร :- เป็นกำลังใจนะค่ะ จงปล่อยว่างกับสิ่งที่ไม่จำเป็นกับชีวิต
|
|
|
 |
โดยคุณ
kk เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2550, 22:22 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 9 |
 |
| |
ขอเสริมเรื่อง คุณภาพของการนอนนะคะ
มีอยู่ 2 อย่างคือ แบบ rem-sleep กับ non rem-sleep
ขณะนอนก็จะมีทั้งสองแบบสลับกัน แล้วแต่ว่าใครจะมีมากน้อยแค่ไหน
rem sleep จะเป็นช่วงแรกที่เริ่มหลับ และ จะสลับกับ non rem sleep ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตอนใกล้จะตื่น ช่วงนี้ จะมี rem sleep นาน และไม่มีnon rem sleep แล้ว
สิ่งที่จะบอก ว่าเป็น rem- sleep คือ มีการกลอกของลูกตา การฝันโดยตื่นขึ้นมาแล้วจำได้ เป็นต้น
ส่วน non -rem sleep จะเป็นช่วงที่สมองได้พักผ่อนจริงๆ
สิ่งที่จะบอกได้ คือ ฝันร้ายแต่จำไม่ได้ มีการเคลื่อนไหวของแขนขา เป็นต้น
คำอวยพร :- ขอให้นอนหลับนะคะ
|
|
|
 |
โดยคุณ
ตะไคร้หอม เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2550, 23:53 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 10 |
 |
| |
ผมนอนหลับตาและท่อง "พุทธ-โธ" จนนอนหลับไปเอง ทั้งนี้ต้องทำใจให้สบายไปด้วยเวลานอน
คำอวยพร :- ขอให้หลับฝันดีเป็นปกติ
|
|
|
 |
โดยคุณ
นาวี เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2550, 21:45 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 11 |
 |
| |
ถ้านอนไม่หลับนะค่ะ ขอแนะนำให้อย่าคิดเรื่องอะไรเลย คิดซะว่าหมดเวลาทำงานของสมองหล่ะ ให้สมองได้พักซะบ้าง ปล่อยใจให้สบาย
คำอวยพร :- ขอให้หลับสบายนะค่ะ
|
|
|
 |
โดยคุณ
ทราย เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2550, 10:45 น. |
 |
 |
ความคิดเห็นที่ : 12 |
 |
| |
ลองนั่งสมาธิ และแผ่เมตตา ก่อนนอนนะครับ ถ้าได้สวดมนต์บ้างก็ดี
หรือนอนสมาธิไปเลย (ภาวนา) ไปจนขาดคงจะหลับสบายฝันดี
"เหตุอย่างไร ผลอย่างนั้น".........พุทธพจน์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คำอวยพร :- ขอให้หลับสบายฝันดีนะครับ
"เรียบร้อย ซื่อสัตย์ รักษาศีล 5 นะคุณนิว" ถ้ามีบุญได้เกิดมาทันกันบนโลกนี้ หรือได้อ่านอักษรนี้
http//nippan.pantown.com
|
|
|
 |
โดยคุณ
ลูกกิ้ม เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2550, 17:12 น. |
 |
|