User : Guest
Home | หัวข้อ | ตั้งกระทู้ใหม่ | Register | Login
 
 
" ผลวิจัย การแผ่เมตตาประจำทำให้สมองดีขึ้นอย่างถาวร "

การเจริญอัปปมัญญาเมตตาภาวนา(แผ่เมตตา)เป็นประจำ ช่วยให้มองโลกในแง่ดี หลับฝันดี

มีผลการวิจัยที่ชัดเจน อีกชิ้นหนึ่ง ทำในอเมริกา โดยผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา
นักวิจัยอเมริกาเคยศึกษาในพระภิกษุทิเบต เกี่ยวกับเรื่องนี้เคยลงใน

Meditation Gives Brain a Charge, Study Finds

By Marc Kaufman
Washington Post Staff Writer
Monday, January 3, 2005; Page A05

washingtonpost.com/wp-dyn...-2005Jan2.html

ใครสนใจไปอ่านฉบับเต็มเอาเองเพราะยาวมาก....เขาใช้วิธีเมตตาภาวนาแบบทิเบต....

นักวิจัยท่านนี้ท่านวิเคราะห์ว่า การฝึกเมตตาภาวนาอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างถาวรกับสมองด้วย.....

เพราะเขาพบว่าในกลุ่มพระทิเบตที่ฝึกสมาธิมานานจะมีระดับเบสไลน์ของแกมม่าเวฟสูงกว่าปกติมากแม้นแต่ในขณะที่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์สมาธิ.....(Davidson concludes from the research that meditation not only changes the workings of the brain in the short term, but also quite possibly produces permanent changes. That finding, he said, is based on the fact that the monks had considerably more gamma wave activity than the control group even before they started meditating. A researcher at the University of Massachusetts, Jon Kabat-Zinn, came to a similar conclusion several years ago. )

ตรงนี้อธิบายได้ว่าทำไมผู้ที่มีเมตตาจิตจากการภาวนา....จะมองโลกในแง่ดี....หลับก็ฝันดี
คลื่นแกมม่า เป็นคลื่นสมองที่มีความถี่อยู่ในช่วงสูงสุด ....สูงกว่า เบต้าเวฟขึ้นไป(ผมไม่ได้กล่าวถึง ใน คห ก่อนหน้านี้ ) ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของสมองที่กำลังหลับ..... คลื่นแกมม่าเป็นคลื่นที่แสดงถึงทางบวกในการทำงานของสมอง
คลื่นแกมม่าบ่งบอกการมองโลกในแง่ดี การมีเมตตา
ส่วน คลื่นอัลฟ่าบ่งบอกการผ่อนคลายแต่ตื่นตัว มีประโยชน์ในการเรียนรู้

สมองในขณะต่างๆจะมีคลื่นที่แตกต่างกัน เช่น คนตื่นจะเป็นแบบหนึ่ง คนนอนหลับตื้นจะเป็นแบบหนึ่ง คนนอนหลับลึกจะเป็นแบบหนึ่ง คนโคม่าจะเป็นแบบหนึ่ง ...... ทีนี้ผลการวิจัยนี้มันออกมาน่าสนใจว่า คลื่นสมองของผู้เจริญเมตตาภาวนาต่อเนื่องจะมีคลื่นแกมม่าเวฟ(ความถี่สูงสุด)สูงกว่าคนปกติ ทั้งในขณะที่ไม่ได้เจริญสมาธิ ในขณะเจริญสมาธิ และภายหลังออกจากสมาธิแล้ว..... คลื่นแกมม่าเวฟนี้จะบ่งบอกถึงการทำงานเชิงบวกของสมอง เช่น ความสงบ ความอิ่มเอิบ การมองโลกในแง่ดี....... เลยแปรได้ว่าคนที่ฝึกสมาธิเมตตาภาวนาต่อเนื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงของสมองแบบถาวรในเชิงบวก

นี่เป็นจุดอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าทำไมสมาธิเมตตาภาวนาจึงทำให้ผู้ฝึกเป็นประจำมีสุขภาพจิตที่ดี......

ความจริงการศึกษาเรื่อง ผลของสมาธินี้ ในเมืองไทย เคยมีการพบว่า ว่าช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้น...... และเคยมีผู้เปรียบเทียบการทดลองปลูกต้นไม้(ผมจำไม่ได้ว่าสถาบันใดทดลองนี้ แต่ทำมานานมากแล้ว)โดยกลุ่มหนึ่งให้คนที่ฝึกสมาธิต่อเนื่องไปแผ่เมตตาให้ต้นไม้เสมอ กับต้นไม้อีกกลุ่มหนึ่งที่ปลูกตามปกติแต่ไม่มีใครไปแผ่เมตตาให้ โดยที่ปัจจัยอย่างอื่น เช่น แสง น้ำ ความชื้น สายพันธ์ ของทั้งสองกลุ่มนี้เหมือนกันทุกอย่าง..... ปรากฏว่าต้นไม้ที่มีคนไปแผ่เมตตาให้เจริญงดงามกว่ากลุ่มที่ไม่มีใครไปแผ่เมตตาให้อย่างชัดเจน.
มันเหมือนจะบอกได้ว่า เมตตาจิตสามารถแผ่ไปยังสัตว์และพืชที่อยู่นอกสมอง(ของเจ้าของ)ได้ด้วย..... ไม่ได้มีผลแต่เพียงต่อสมองของเจ้าของเท่านั้น.....

เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ยินดีที่ได้สนทนา

 
โดยคุณ : ตรงประเด็น   เมื่อ 04 กุมภาพันธ์ 2552, 21:34 น.   
 
ความคิดเห็นที่ : 1
 
ผู้ศึกษาธรรม นำความจริงเชิงวิชาการมาให้ด้วย... อนุโมทนา..

คำอวยพร :- ....... บทความที่มาด้วยความตั้งใจ สิ่งกลับไปคือใจที่มีที่ตั้ง...
 
โดยคุณ ภาส   เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2552, 13:58 น.   
 
ความคิดเห็นที่ : 2
 
ความเมตตาธรรมสามารถช่วยค้ำจูนเหล่าหมู่มวลมนุษย์ รวมทั้งสัตว์สิ่งมีชีวิตทุกชีวิต ให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ทำผู้คนบนโลกเรานี้จึงไม่ค่อยใส่ใจเกิดการแก่งแย่ง ทะเลาะเบาะแว้งกันให้เห็นอยู่ทั่วไป

คำอวยพร :- จงมีชีวิตอยู่ด้วยความเมตตาธรรมเถิด
 
โดยคุณ JAK   เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2552, 06:22 น.   
 
ความคิดเห็นที่ : 3
 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ

คำอวยพร :- อนุโมทนา สาธุค่ะ
 
โดยคุณ Bwitch   เมื่อ 06 กรกฏาคม 2552, 22:08 น.   

 
ข้อความ *
คำอวยพร *
รูปภาพ  
ตำแหน่งรูปภาพ   ซ้าย ขวา บน ล่าง
ชื่อ *   Msn 
E-mail  
   กรุณากรอกหมายเลขให้ตรงกับหมายเลข 4 หลักทางซ้ายมือก่อนตอบกระทู้