โปรแกรมทัวร์นรก -สวรรค์ |
ตามหลักพุทธศาสนา เรื่องนรก-สวรรค์ไม่ใช่เรื่องหลอกเด็กตามที่คนทั่วๆ ไปเข้าใจ แต่เป็นเรื่องของชีวิตหลังความตายที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้มากมายในพระไตรปิฎก เนื่องจากนรกสวรรค์ภายหลังตายไปแล้วเป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในขณะที่มีชีวิตอยู่ ดังนั้นชาวพุทธจึงควรสนใจในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเองในขณะที่ยังมีชีวิต นั่นคือ ควรพิสูจน์ว่า "การทำความดี มีผลทำให้เกิดสุขภาพจิตที่ดี (สวรรค์ ) คือ เกิดปีติ อิ่มเอมใจ และ สุขใจ " และ "การทำชั่ว มีผลทำให้เกิดสุขภาพจิตไม่ดี (นรก) คือ มีความร้อนรุ่ม กระวนกระวาย เดือดร้อนใจ พลุ่งพล่านใจ เสียดแทงใจ " นั้นเป็นความจริงหรือไม่ หากเราสามารถเห็นประจักษ์แก่ใจในผลของการทำความดีความชั่วด้วยตัวเอง ข้อพิสูจน์นี้เองที่จะทำให้เราเกิดความมั่นใจในการทำความดี และ ไม่กลัวโลกหน้าอีกต่อไป |
จึงเกิดกลัวขึ้นมาว่าหากตายไปอาจจะต้องตกนรก พอดีแกได้ยินข่าวว่ามีหลวงพ่อ รูปหนึ่งรู้เรื่องนรกสวรรค์เป็นอย่างดี นักดาบผู้มีความสงสัยจึงเดินทางรอนแรมนับ เดือนไปพบหลวงพ่อรูปนี้เพื่อสอบถามเรื่องนรกสวรรค์ว่ามีจริงหรือไม่ พอนักดาบมาถึงวัดก็เห็นหลวงพ่อกำลังกวาดลานอยู่ จึงเข้าไปไต่ถามทันที นักดาบ : หลวงพ่อ นรกสวรรค์ มีจริงหรือเปล่าครับ หลวงพ่อ : (มองนักรบตั้งแต่หัวจรดเท้า) เอ็ง..เป็นใคร นักดาบ: ผมเป็นนักรบ หลวงพ่อ : (มองอย่างเหยียดๆ ) หน้าตาโทรม ๆ อย่างนี้น่ะหรือนักรบ นักดาบ : (ชักยัวะ) ผมเป็นนักรบจริงๆ นี่ไงดาบของผม (มือกุมด้ามดาบกระชับให้หลวงพ่อเห็น) หลวงพ่อ : ไปขโมยดาบของใครมาล่ะสิ ดูสารรูปแล้ว น่าจะเป็นโจรมากกว่านะ นักดาบพอได้ยินดังนั้น ก็ชักดาบออกมาทันที เงื้อดาบสุดแขนทำท่าจะฟันหลวงพ่อ ตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความโกรธสุดขีด นักดาบ : ฮึ่ม..ม ! ลองหลวงพ่อพูดดูถูกอีกสักคำ ผมจะฟันหลวงพ่อขาดสองท่อนตรงนี้เลย ทันใดท่าทีอันแข็งกร้าวของหลวงพ่อก็กลับกลายเป็นอ่อนโยน พูดกับนักดาบผู้นั้น ด้วยน้ำเสียงแห่งความเมตตาว่า หลวงพ่อ : ประตูนรกเปิดแล้วโยม ! นักดาบได้ยินถึงกับตะลึง อ้าปากตาค้าง เพราะเกิดความเข้าใจขึ้นมา ในบัดดล รีบวางดาบ ก้มลงกราบหลวงพ่อทันที หลวงพ่อจึงกล่าวต่อด้วยความ เมตตาว่า หลวงพ่อ : ประตูสวรรค์เปิดแล้วโยม ! |