|
|
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ผู้ที่สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง ก็จะเห็นมีแต่คนหน้าเก่า ๆ เท่านั้นที่มาสมัครเป็น ส.ส. และ ส่วนใหญ่ก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ ถ้าผู้สมัครหากไม่เป็นคนมีเงินทอง ก็ต้องเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ที่อาศัยระบบอุปถัมป์ ทำให้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาได้ในที่สุด และแน่นอนว่าไม่สามารถหลีกเลี้ยงการซื้อเสียงไปได้ พอกลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นผู้แทนราษฏรแล้ว แทนที่จะเป็นปากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ก็กลับเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพรรค ก่อให้เกิดวงจรคอรัปชั่น สร้างปัญหาร้ายแรงต่อประเทศชาติ พอถึงขั้นวิกฤต ก็จะเกิดความวุ่นวาย ขัดแย้ง ประชาชนทนไม่ไหว มีการเคลื่อนไหว ประท้วง กดดัน ซึ่งหากรัฐบาลไม่ยุบสภา หรือ นายกลาออก ก็จะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ทำให้ต้องกลับไปตั้งหลักเลือกตั้งกันใหม่อีก และ ในที่สุดก็จะกลับเข้าสู่วงจรเดิม ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่ไปไหนสักที การที่เราพบปัญหาอย่างนี้มาโดยตลอดนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 โดยไม่ได้มีการประเมินกันจริง ๆ ว่ากติกาการเลือกตั้งที่เราลอกเลียนแบบมาจากต่างประเทศนี้ (อังกฤษ) กระบวนการของมันสามารถที่จะคัดสรรคนดีๆ มีความสามารถเข้ามาทำงานได้จริง ๆ หรือไม่ คนไทยจึงรู้สึกเบื่อหน่าย ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เพราะต้องเห็นแต่คนหน้าเก่า ๆ ที่ไร้คุณธรรม เข้ามารับสม้ครเป็นผู้แทนราษฏร ดังนั้นระบบการปกครองประชาธิปไตย แม้จะปฏิรูปให้ดีเลิศอย่างไร แต่ถ้าเราไม่สามารถคัดกรองบุคคลที่มีคุณธรรมเข้ามาบริหาร ดังนั้นผลที่ออกมาก็คือผลเสียหายต่อประเทศชาติเพียงประการเดียว ดังนั้นในช่วงที่กำลังจะมีการปฏิรูปการเมืองนี้ budpage.com จึงขอชักชวนชาวพุทธมาช่วยกันระดมความคิดดูว่า เราจะพอมีวิธีการใหม่ๆ ตามแนวทางพุทธศาสนา ที่จะคัดสรรคนดี ๆ ให้เข้ามาทำงานรับใช้สังคมได้จริงๆ ได้หรือไม่ และ ขอเสนอตัวอย่างแนวความคิดสัก 1 แบบเพื่อเป็น แบบ เพื่อนำไปสู่การแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวางสืบต่อไป === ตัวอย่าง "วิธีคัดสรรหาผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฏรตามแนวทางทศพิธราชธรรม" === เนื่องจากสังคมไทยมีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ (แม้ว่าจะไม่ประกาศเป็นทางการก็ตาม) จึงขอยกตัวอย่างแนวคิดในการคัดสรรคนดีให้เข้ามาเป็นผู้แทนราษฏรตามแนวทางพุทธศาสนา โดยขอเสนอให้นำหลัก"ทศพิธราชธรรม"มาเป็นเกณฑ์คัดเลือกคนดีเข้ามาปกครองบ้านเมือง คือ ตามหลัก"ทศพิธราชธรรม" คนดีที่มีคุณสมบัติสมควรที่จะมาทำหน้าที่เป็นนักการเมือง หรือ ผู้ปกครอง ควรที่จะมีคุณธรรม 10 ประการ ดังต่อไปนี้
๒. ศีล : เป็นคนที่มีความประพฤติดีงาม มีอาชีพที่สุจริต ดำเนินชีวิตโดยไม่เบียดเบียนใคร ๓. ปริจาคะ : เป็นคนที่เสียสละเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม ทำความดีโดยไม่ต้องการชื่อเสียง หรือ คำยกย่องสรรเสริญ ๔. อาชชวะ : เป็นคนซื่อตรง ซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงใจ รักษาคำพูดของตนเอง ๕. . มัททวะ: เป็นคน อ่อนโยน รับฟังผู้อื่น ไม่ดื้อ ไม่รั้น คุยกันง่าย ๖. ตบะ : เป็นคนที่หมั่นพัฒนาตน ไม่ประมาท คอยปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ ๗. อักโกธะ : เป็นคนที่ไม่โกรธง่าย อารมณ์เย็น มีจิตที่คิดให้อภัยอยู่เสมอ ๘. . อวิหิงสา : เป็นคนที่ไม่เบียดเบียน เมื่อเกิดปัญหาไม่คิดพยาบาทใคร แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ๙. ขันติ : เป็นคนที่มีความอดทนอดกลั้น ต่อสิ่งยั่วยุ และปัญหาอุปสรรคทั้งหลาย ๑๐. อวิโรธนะ : เป็นคนที่โปร่งใส ไม่เป็นที่น่าเคลือบแคลงสงสัย ตรงไปตรงมา 2. ส่งเจ้าหน้าที่ทำการเก็บข้อมูลตามชุมชนต่าง ๆ เพื่อสัมภาษณ์เก็บข้อมูลจากประชาชนว่า ภายในชุมชนนั้นมีสมาชิกท่านใดบ้าง มีคุณธรรมเด่น ๆ โดยแต่ละท่านอาจจะคุณธรรมเด่นๆ ที่แตกต่างกันไป หลังจากนั้นนำผลการสอบถามมารวบรวมคะแนนคุณธรรม เพื่อดูผลว่ามีสมาชิกท่านใดที่มีคะแนนทศพิธราชธรรมมากที่สุดภายในชุมชน (เช่นบางคนอาจจะมีถึง 7-9 ข้อ) ให้ทำการเสนอชื่อผู้ที่คุณธรรมทศพิธราชธรรมให้คณะกรรมการตุลาการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง 3.คณะตุลาการเมื่อได้รับรายชื่อ จะทำการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประวัติความซื่อสัตย์ ความสามารถ และคุณธรรม ของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทุกคนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณาคัดเลือก บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด ที่มีคุณสมบัติ พร้อมที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เสนอชื่อต่อคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง 4. คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งเมื่อได้คัดเลือกคุณสมบัติผู้สมควรจะเป็นสมาชิกผู้แทนราณฏรแล้ว ให้ทำการส่งจดหมาย เชิญไปยังผู้ที่มีคุณสมบัติที่ได้รับการคัดเลือกเหล่านั้น ให้เข้ามาเป็นสมาชิกผู้แทนราษฏร โดยผู้ที่ต้องการจะสมัครให้เขียนใบสมัครและ เขียนวิสัยทัศน์ของตนเองในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองส่งพร้อมกันมาด้วย 5. ผู้ที่สมัครเป็นผู้แทนราษฏร รัฐมีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณในการหาเสียงให้แก่ผู้สมัคร สนับสนุนประชาสัมพันธ์ แจงรายละเอียด ประวัติการทำงาน นโยบาย ให้ประชาชนได้พิจารณา 6. จัดการเลือกตั้งให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำการเลือกตั้ง สมาชิกผู้แทนราษฎรตามกฏหมายเดิม +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ แนวความคิดที่เสนอมาข้างบนนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการปฏิรูปการเมืองแนวพุทธในส่วนของกลไกคัดสรรคนดีให้มาสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฏร นอกจากนี้ สังคมประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ก็ควรจะต้องมีกลไกอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ต้องมีการช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา อาทิเช่น ทำอย่างไรจึงจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมือง ทำอย่างไรจึงจะช่วยกันปรับปรุงสื่อมวลชนให้เป็นสื่อแห่งสติปัญญา ไม่มอมเมาให้ประชาชนหมกมุ่นอยู่กับความบันเทิง ฯลฯ ดังนั้นหากชาวพุทธมีแนวคิดดี ๆ ในการร่วมกันปฏิรูปการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยแบบชาวพุทธ (่อันมีธรรมาธิปไตยเป็นหัวใจของการปฏิรูป) ขอเชิญระดมความคิดเห็นกันมาได้ที่นี่นะครับ |
เชิญสมัคร จดหมายข่าวชาวพุทธ ฟรี ! ครับผม เชิญกรอกE-mail address (กรอกอีเมล์ของท่าน-เลือกช่อง "สมัครสมาชิก"- กดปุ่ม Submit)
|