พระพุทธเจ้าของฉัน
               สันติสุข โสภณสิริ

บทที่ ๑ นิมิตแห่งความยินดี

           สมัยหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดียชื่อว่าเมืองกบิลพัสดุ์ มีพระราชาชื่อพระเจ้าสุทโธทนะพระมเหสีชื่อพระนางมายา อยู่ต่อมาพระนางมายาทรงตั้งพระครรภ์นำความชื่นชมยินดีมาให้แก่พระราชาและชาวเมืองมาก แม้พวกนกและสัตว์เล็กตัวใหญ่ทั้งหลายที่ไม่รู้ภาษาคนก็พลอยส่งเสียงร่าเริงยินดีไปด้วย หมู่ไม้ก็ออกดอกต้อนรับบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมกระจาย ท้องฟ้าสว่างสดใสเป็นสีรุ้ง
           ครั้งนั้น พระนางมายาได้ทูลขอพรจากพระราชาว่า "ในระหว่างที่หม่อมฉันอุ้มครรภ์อยู่นี้ ขอปลีกตัวจำศีลภาวนา จะไม่บรรทมร่วมกับพระองค์เหมือนดังเคย ไม่ฟังการขับร้องประโคมดนตรี ไม่ดูการละเล่นและการฟ้อนรำ ไม่ตกแต่งเครื่องประดับที่สวยๆ งามๆ และใช้ของหอมเหมือนดังแต่ก่อน ต่อไปนี้หม่อมฉันจะหมั่นรักษากายวาจา และใจ ให้สะอาดผ่องใสอยู่เสมอ ไม่โกรธ ไม่เศร้าหมอง จะแผ่ความรักให้แก่คนและสัตว์ไม่เลือกหน้า จะรักคนและสัตว์ทั้งหลายเหมือนรักลูกในครรภ์ของหม่อมฉันเอง"
           เมื่อพระนางมายาได้รับพรจากพระราชาแล้ว ก็ต้องใจรักษาศีลภาวนาทุกวันเวลา มีใบหน้าอิ่มเอิบ แย้มบานเหมือนดอกบัว แม้กำลังอุ้มครรภ์อยู่ก็ไม่รู้สึกหนักตัว กลับรู้สึกเบาสบายดี ไม่มีโรครบกวนบรรทมหลับดีทุกคืนไม่ฝันร้าย ในเวลานั้น หากคนเป็นทุกข์ได้มาเห็นพระนางก็จะยิ้ม เป็นสุข คนเป็นศัตรูมาเห็นก็จะกลายเป็นเพื่อน แม้คนป่วยหนัก คนพิการมาหาพระนาง เพียงแต่พระนางกำหญ้าถอนจากพื้นดินส่งให้กิน คนเหล่านั้นก็หายป่วย หายพิการได้
           ฝ่ายพระราชา เมื่อทรงเห็นพระมเหสีทำตัวเช่นนั้น ก็ทำตามบ้าง หันมารักษาศีลทำความดีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่หลงเพลิดเพลินอยู่ในความสุขสำราญส่วนพระองค์ ไม่เสวยน้ำเมา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนใด ไม่ออกล่าสัตว์ ไม่สั่งประหารชีวิตคน ทรงปล่อยนักโทษทั้งหมดตามคำขอร้องของพระมเหสี ให้ข้าวน้ำแก่คนยากจนโดยทั่วหน้า เมื่อพระราชาใจดี ฝนฟ้าก็ตกตามฤดู ข้าวในนาปลาในน้ำก็มากมี ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ต่างรักใคร่ให้ข้าวน้ำแก่กันและกัน ทุกคนหน้าใสยิ้มแย้ม พากันสนุกสนานรื่นเริงทั้งกลางวันและกลางคืนเหมือนอยู่ในเมืองสวรรค์
           บ้านเมืองเป็นสุขสนุกสนานอย่างนี้ ก็เพราะอำนาจความดีของทารกที่จะมาเกิดนั่นเอง

           ทารกน้อยนอนอยู่ในครรภ์ของพระมารดาด้วยความผาสุกสวัสดีเป็นเวลานาน ๑๐ เดือน เมื่อพระนางมายาเห็นว่าพระครรภ์แก่จวนจะคลอดเต็มทีแล้ว ก็เข้าไปทูลลาพระราชา เพื่อกลับไปคลอดโอรสที่บ้านเมืองเดิมของตน ตามประเพณีของสมัยนั้น
           ในระหว่างเดินทาง พระนางมายารู้สึกปวดพระครรภ์ ต้องการหยุดพัก พอดีที่ตรงนั้นมีสวนป่าอยู่แห่งหนึ่งชื่อสวนลุมพินี ดอกไม้สีสวยๆ ในสวนกำลังบานชูช่อไสว พวกนกน้อยก็ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วเหมือนกับจะเชิญชวนว่าให้เข้ามาเที่ยวเล่นในสวนนี้เสียก่อนเถิด พระนางมายาจึงเข้าไปพักใต้ร่มไม้ชื่อว่าต้นสาละ ต้นไม้รู้ว่าพระนางมายากำลังปวดพระครรภ์จวนจะคลอดแล้วก็สงสารโน้มกิ่งลงมาให้พระนางเกาะไว้ ในขณะที่พระนางกำลังยืนเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่นั้นเอง ทารกก็คลอดออกจากพระครรภ์ท่ามกลางหมู่ไม้เหนือผืนแผ่นดิน วันนั้นตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ พระจันทร์ขึ้นเต็มดวงกลางท้องฟ้า สวยงามเหลือเกิน เหมือนกับจะแสดงความยินดีกับทารกใหม่ เราทุกคนรู้จักวันนี้กันดี เพราะต่อมาเราเรียกวันนี้ว่าวันวิสาขบูชา เป็นวันที่เตือนให้เราระลึกว่า ทารกน้อยน่ารักผู้มาเกิดกลางดินคนนี้แหละ คือพระพุทธเจ้า ผู้มาค้นพบความจริงในโลกที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบ และยังท่องเที่ยวไปเพื่อบอกความจริงแก่ชาวโลก เป็นความจริงที่นำความรักและสันติสุขมาให้แก่โลกของเราอย่างไม่เคยมีมาก่อนเลย