พระพุทธเจ้าของฉัน
                       สันติสุข โสภณสิริ

บทที่ ๓ เจ้าชายน้อยใจดี

           เจ้าชายน้อยสิทธัตถะได้รับการเลี้ยงดูเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ เธออยากได้ขนม ของเล่น อะไรๆ ก็มีคนเอามาให้ เธอชอบเล่นน้ำ พระบิดาก็ขุดสระบัวสวยๆ ให้ถึง ๓ สระ เจ้าชายน้อยไม่รู้จักความทุกข์ ไม่รู้จักความหิว ไม่รู้จักความร้อนหนาว รู้จักแต่ความสนุกสนานตามประสาเด็กเล็กๆ ดูเหมือนว่าเจ้าชายน้อยของเราจะเป็นไปตามที่พระบิดาต้องการทุกอย่าง
           เมื่อเจ้าชายน้อยอายุได้ ๘ ขวบ โตพอจะเรียนหนังสือได้แล้วพระราชาก็ส่งไปเรียนหนังสือกับครูชื่อวิศวามิตร ปรากฏว่าเจ้าชายน้อยอ่านเขียนได้เร็วกว่าเด็กอื่นๆ เขาเป็นเด็กเก่งที่สุดในห้องเรียนแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งในตัวเธอที่น่าสนใจกว่าความเก่ง นั่นคือเจ้าชายน้อยเป็นเด็กใจดี เวลามีของอะไร เธอมักแบ่งให้เพื่อนๆ และพวกพี่เลี้ยงเสมอ เธอไม่เคยรังแกเพื่อนเลยเวลาเล่นแข่งกัน เธอมักแกล้งยอมแพ้เพราะกลัวเพื่อนเสียใจ เจ้าชายน้อยเป็นคนรักสัตว์และรักต้นไม้ด้วย ในขณะที่เพื่อนเด็กๆ รุ่นเดียวกันชอบเล่นเป็นทหารถือดาบ ถือธนู รบกันและชอบรังแกสัตว์ แต่เจ้าชายน้อยของเรากลับชอบไปเล่นอยู่กับพวกนก ผีเสื้อ กวาง กระรอก และกระต่ายในสวนสัตว์ ทุกตัวเป็นเพื่อนของเจ้าชายน้อย พวกสัตว์กล้าเข้ามากินข้าวและขนมจากมือที่เจ้าชายน้อยป้อนให้เลยทีเดียว
           อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เจ้าชายน้อยกำลังนั่งเล่นอยู่ในสวน มีหงส์ขาวตัวหนึ่งตกลงมาจากท้องฟ้าอยู่ต่อหน้าเจ้าชาย ที่ปีกหงส์มีลูกธนูปักติดอยู่ มีเลือดไหลออกมาด้วย แต่หงส์ตัวนั้นยังไม่ตาย เจ้าชายน้อยอุ้มหงส์ขึ้นไว้ในอ้อมแขน เธอพูดด้วยความสงสารว่า "โถ เจ้าหงส์ผู้น่าสงสารเอ๋ย ใครนะใจร้ายยิงเจ้าได้ มามะอย่ากลัวเลย เราจะถอนลูกธนูให้เจ้า" เจ้าชายน้อยค่อยดึงลูกธนูออกจากปีกหงส์เบาๆ พลางพูดปลอบด้วยเสียงน่ารักอ่อนโยนเพื่อไม่ให้หงส์กลัวเจ็บ เธอเด็ดใบไม้มาทำเป็นยาใส่แผลให้หงส์ด้วย ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนมาจากทางด้านหนึ่งว่า "เจ้าชายขี้โกง หงส์ตัวนั้นเป็นของฉัน เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ" เจ้าของเสียงนี้คือเจ้าชายเทวทัต ผู้เป็นพระญาติของเจ้าชายน้อยสิทธัตถะนั่นเอง เจ้าชายน้อยเทวทัต ผู้เป็นพระญาติของเจ้าชายน้อยสิทธัตถะนั่นเอง เจ้าชายน้อยของเรากลับตอบว่า "หงส์ตัวนี้ไม่ใช่ของเธอ" เจ้าชายเทวทัตได้ฟังดังนั้นก็โกรธตัวสั่น ทำตาโตใส่เจ้าชายน้อย "หงส์ตัวนี้ต้องเป็นของฉัน ฉันเป็นคนยิงมันกับมือนี่นา เธอถือดียังไงมาตู่เอาของฉันไป" ฝ่ายเจ้าชายน้อยของเราก็ไม่ยอมลดราวาศอก ยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ใครขี้ตู่กันแน่ เธอเป็นคนรังแกมัน แล้วมันจะเป็นของเธอได้ยังไงกัน ฉันซิเป็นคนช่วยชีวิตมันไว้ แล้วมันก็รักฉันด้วย มันต้องเป็นของฉันคนเดียว"
           เจ้าชายเด็กทั้งสองทะเลาะกันอยู่นาน ไม่มีใครยอมแพ้ ในที่สุดเจ้าชายน้อยสิทธัตถะออกความคิดขึ้นว่า "เอาอย่างนี้ดีกว่านะเธอ เวลาผู้ใหญ่ ๒ คนเขาทะเลาะกัน เขาก็เอาเรื่องไปให้ศาลตัดสิน ฉันว่าเรื่องของเราเอาไปให้ศาลตัดสินดีกว่า" ฝ่ายเจ้าชายเทวทัตก็ตกลงในที่สุดศาลก็ตัดสินว่า "ไม่ว่าคนหรือสัตว์ย่อมรักชีวิตของตัวเองมากกว่าสิ่งใดในโลก ชีวิตของหงส์ตัวนี้จึงต้องเป็นของคนที่ช่วยชีวิตมันไว้ไม่ควรเป็นของคนที่จะฆ่ามัน"
           ดังนั้น หงส์จึงตกเป็นของเจ้าชายสิทธัตถะ เธอช่วยรักษาบาดแผลของมันจนหายสนิทดีแล้ว วันหนึ่งเธอก็ปล่อยมันบินขึ้นสู่ท้องฟ้า กลับไปอยู่กับฝูงของมันดังเดิม