พระพุทธเจ้าของฉัน
สันติสุข โสภณสิริ
บทที่ ๖ ศึกชิงนาง
การประลองฝีมือเพื่อชิงเจ้าหญิงพิมพาได้เริ่มแล้ว เจ้าชายสิทธัตถะมีคู่แข่งขันหลายคน รวมทั้งเจ้าชายเทวทัตที่เคยทะเลาะแย่งหงส์กันเมื่อตอนเป็นเด็กด้วย
การแข่งขันเริ่มด้วยการยิงธนู เป้าธนูวางอยู่ไกลลิบ แต่เจ้าชายคนอื่นๆ ทุกคนยิงถูกกลางเป้าหมด โดยเฉพาะเจ้าชายเทวทัตสามารถยิงแรงมาก จนลูกธนูวิ่งทะลุเป้าออกไปไกล ฝูงคนในที่นั้นโห่ร้องด้วยความยินดี เพราะคิดว่าเจ้าชายเทวทัตต้องชนะแน่ แต่เจ้าหญิงพิมพากลับหลับตาด้วยความหวั่นใจว่า เจ้าชายของนางคงจะแพ้เขาเป็นแน่แล้ว
เมื่อถึงรอบของเจ้าชายสิทธัตถะบ้าง เจ้าชายมั่นใจตัวเองเต็มที่เจ้าชายบอกให้คนนำเป้าไปวางให้ไกลลิบจนมองไม่เห็น แต่พอเจ้าชายโก่งคันธนูยังไม่ทันสุดแขน คันธนูก็หักเป็นสองท่อน เมื่อคนนำคันธนูใหม่มาให้ เจ้าชายก็โก่งคันธนูหักเป็นสองท่อนทุกครั้ง จนในที่สุดเขาจึงนำเอาคันธนูเก่าแก่อันหนึ่งมาให้ เป็นคันธนูของพระเจ้าปู่ ยังไม่เคยมีใครโก่งธนูคันนี้ได้เลย แต่เจ้าชายสามารถโก่งคันธนูนี้จนสุดแขนอย่างง่ายดาย แล้วปล่อยลูกธนูไป เสียงสายธนูสั่นก้องไปทั้งเมืองลูกธนูทะลุกลางเป้าและวิ่งเลยไปจนลับสายตา ฝูงคนโห่ร้องขึ้นสุดเสียงด้วยความยินดี "เจ้าชายสิทธัตถะชนะแล้ว เจ้าชายชนะแล้ว"
การแข่งขันอย่างต่อไปคือ การฟันดาบ เจ้าชายแต่ละคนเลือกต้นไม้ที่เหมาะมือคนละต้น ทุกคนแสดงกำลังโดยการฟันต้นไม้นั้นฉับเดียวขาดเป็นสองท่อน
ฝ่ายเจ้าชายสิทธัตถะได้เลือกต้นไม้สองต้นที่ขึ้นคู่กัน เธอตวัดดาบฟันต้นไม้อย่างรวดเร็วจนคนจับตาดูไม่ทัน แต่ต้นไม้คู่นั้นก็ยังคงยืนต้นอยู่เหมือนเดิม เจ้าหญิงพิมพาเข้าใจว่าเจ้าชายฟันต้นไม้ไม่เข้าก็เสียใจ คิดว่าคราวนี้เจ้าชายของนางแพ้แล้ว แต่พอมีลมพัดมาเบาๆ ต้นไม้ทั้งคู่กลับล้มลง ฝูงชนโห่ร้องขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่า "เจ้าชายสิทธัตถะชนะแล้ว
และแล้ว การประลองอย่างสุดท้ายก็มาถึง นั่นคือการขี่ม้าพยศคนแข็งแรงหลายคนต้องช่วยกันจับม้าตัวหนึ่งไว้นิ่งๆ เพื่อให้เจ้าชายแต่ละองค์ขึ้นขี่บนหลังของมัน ม้าตัวนั้นเป็นม้าป่า ดุร้าย ไม่มีใครเคยขี่มันเลย ดังนั้น เมื่อคนรับใช้ปล่อยม้าให้ออกวิ่ง มันก็กระโดดหกหน้าหกหลัง อย่างดุเดือด เจ้าชายแต่ละองค์อยู่บนหลังม้าได้ไม่นานก็ถูกสะบัดตกลงมาไม่เป็นท่า บางองค์เกือบถูกม้ากระทืบเสียชีวิตหากคนช่วยไว้ไม่ทัน
ครั้นถึงรอบของเจ้าชายสิทธัตถะอีกเช่นเคย ฝูงคนตะโกนห้ามสุดเสียงว่า "หยุดการแข่งขันเดี๋ยวนี้ อย่าให้เจ้าชายเข้าใกล้ม้าบ้าตัวนั้นนะ มันจะฆ่าเจ้าชาย" แต่เจ้าชายสิทธัตถะไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย เธอเชื่อว่า "ความอ่อนโยนสามารถเอาชนะกำลังอันป่าเถื่อนได้" เจ้าชายเดินเข้าไปหาม้าช้าๆ เมื่อถึงตัวมันแล้วก็ใช้มือลูบแผงขนที่คอมันเบาๆ เธอกระซิบปลอบม้าด้วยความรัก ความอ่อนโยนของเจ้าชายทำให้ความดุร้ายและความตื่นกลัวของม้าเชื่องลง เจ้าม้าเริ่มใช้ลิ้นเลียมือของเจ้าชายอย่างรักใคร่ และแล้วเจ้าชายสิทธัตถะก็กระโดดขึ้นหลังม้า เธอควบขี่ม้าผ่านพระราชาและฝูงชนอย่างสง่างาม เจ้าชายโค้งคำนับต่อหน้าเจ้าหญิงพิมพาผู้เป็นรางวัลแห่งชัยชนะของเธอ
เจ้าชายสิทธัตถะชนะแล้ว เธอไม่ได้ชนะเพราะใช้กำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่เธอชนะเพราะใช้ความรักและความอ่อนโยนของใจด้วย