พระพุทธเจ้าของฉัน
สันติสุข โสภณสิริ
บทที่ ๑๓หัวอกพ่อ
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะกลับถึงวังในค่ำวันนั้น เธอก็เข้าเฝ้าพระบิดาทันทีพออยู่ต่อหน้าพระบิดา เจ้าชายก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทำใจสงบรวบรวมความกล้าทั้งหมด เพื่อทูลบอกเรื่องที่สำคัญที่สุดต่อพระบิดาว่า "ลูกเบื่อหน่ายชีวิตในวังเหลือเกิน ลูกอยากจะออกท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง เพื่อแสวงหาความสุขอันแท้จริงของชีวิต ลูกขอลาพ่อในวันนี้
นับตั้งแต่เจ้าชายสิทธัตถะยังนอนแบเบาะอยู่ พระราชาทรงกลัวอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งพระองค์จะได้ยินคำขออันเสียดแทงใจนี้จากเจ้าชาย พระราชาพยายามข่มใจให้เข้มแข็ง แต่ก็ไม่สามารถหักใจได้ พระองค์พูดตอบพระลูกรักด้วยเสียงสั่นเครือมีน้ำตาคลอว่า "ลูกรักของพ่อ จงลืมความคิดนี้เสียเถิด ลูกของพ่อยังหนุ่มแน่นมีผมอันดำขลับควรเสวยความสุขในวังต่อไป ลูกไม่เหมาะที่จะท่องเที่ยวไปคนเดียวในป่าอันน่ากลัว ลูกไม่รักพ่อ ไม่รักพระน้านาง ไม่รักเจ้าหญิงพิมพาที่รักลูกยิ่งกว่าชีวิตดอกหรือ จึงคิดจะหนีไป"
เจ้าชายตอบว่า "พ่อเข้าใจลูกผิดเสียแล้ว ลูกไม่เคยคิดรังเกียจใครเลย แต่เมื่อเห็นแล้วว่าความงามของหญิงงามทั้งหลายต้องหมดไปเร็วเหลือเกิน และสักวันหนึ่ง คนที่เรารักจะต้องแก่ เจ็บและตาย ลูกจึงไม่สามารถหาความสุขในสิ่งเหล่านี้ได้ ถ้าหากไม่มีความแก่ ความเจ็บและความตายแล้ว ลูกก็คงมีความสุขอยู่ในวังมากทีเดียว แต่เมื่อรู้เสียแล้วว่าในท่ามกลางความสุขเช่นนั้น มีรางวัลอันน่ากลัวรออยู่ จะให้ลูกมัวหลงอยู่ในความสุขเช่นนั้นได้อย่างไร คนอื่นๆ เขาช่างมีใจเข้มแข็งกันเหลือเกิน ที่สามารถกิน ดื่ม อย่างสนุกสนานในกองไฟของความทุกข์ แต่ลูกไม่สามารถทำใจเช่นนั้นได้ หากพ่อรักลูกจริงแล้วจะต้องปล่อยให้ลูกมีโอกาสทำในสิ่งที่ลูกเห็นว่าเป็นสิ่งดีงาม"
พระบิดาไม่ยอม รำพันว่า "โอ ลูกรักของพ่อ จะให้พ่อทำอย่างไรลูกจึงจะอยู่กับพ่อต่อไป ยังมีความสุขอะไรอีกหรือที่ลูกต้องการ พ่อจะหาเอามาให้"
เจ้าชายตอบทันควันว่า "ลูกจะอยู่กับพ่อก็ต่อเมื่อพ่อให้สัญญาแก่ลูกได้ว่า ลูกจะไม่มีวันแก่ ไม่มีวันเจ็บ และไม่มีวันตาย แต่ถ้าพ่อไม่สามารถให้สัญญาได้ ลูกจำเป็นจะต้องจากพ่อไปเดี๋ยวนี้ทันที"
พระบิดาตัวสั่นเมื่อได้ยินคำตอบที่นึกไม่ถึงนี้ และพูดตัดบทเจ้าชายอย่างโกรธเกรี้ยวว่า "สิทธัตถะ จงลืมความคิดโง่ๆ ของเจ้าเสียเดี๋ยวนี้"
ฝ่ายเจ้าชายก็ไม่ยอมจำนน ยืนกระต่ายขาเดียวว่า "เมื่อพ่อไม่สามารถปกป้องลูกให้พ้นจากความแก่ ความเจ็บและความตายได้แล้วก็จงปล่อยลูกไปเสียเถิด ลูกจะได้หาทางของลูกเอง ไม่ถูกต้องเลยที่พ่อจะมากักกันลูกไว้เหมือนนักโทษในคุก"
แต่พระราชาไม่ยอมฟังเสียงอะไรอีกต่อไป พระองค์ตะโกนสั่งทหารลั่นว่า "จงล้อมวังให้หนาแน่น อย่าปล่อยให้ลูกของเราหนีออกไปเป็นอันขาด" และแล้วพระราชาก็เดินกระทืบบาทออกจากห้องไป