พระพุทธเจ้าของฉัน
สันติสุข โสภณสิริ
บทที่ ๑๔ป่าช้าในวัง
เจ้าชายสิทธัตถะเสียใจที่ทำให้พระบิดาโกรธเช่นนี้ แต่เธอก็คิดว่าเธอทำถูกต้องแล้ว พระบิดาต่างหากที่ไม่เข้าใจ เมื่อเจ้าชายกลับมาสู่ที่พัก สาวรับใช้ก็มาบอกว่า เจ้าหญิงพิมพาให้กำเนิดพระลูกน้อยแล้วเจ้าชายรู้สึกผูกพันกับพระลูกน้อยของเธออย่างจับใจ เธออุทานขึ้นว่า "บ่วงเกิดแล้วหนอ" พระลูกน้อยนี้ต่อมาชื่อว่า "ราหุล" แปลว่า "บ่วง" ตามคำอุทานของเจ้าชาย
เจ้าชายไม่ได้บรรทมหลับมาหลายคืนแล้ว คืนนี้เป็นคนที่เธอผ่อนคลายที่สุดเพราะแก้ปัญหาตกแล้ว เธอจึงล้มตัวลงบรรทมหลับแต่หัวค่ำ
ฝ่ายพวกสาวรับใช้ เมื่อเห็นนายตนหลับแต่หัวค่ำเช่นนั้นก็หยุดขับร้องประโคมดนตรี ถือโอกาสพักผ่อนนอนหลับบ้าง ในไม่ช้าทั้งเวียงวังก็หลับไหล
เจ้าชายตื่นบรรทมขึ้นกลางดึก เพื่อจะหนีออกจากวังตามที่ตั้งใจไว้ เจ้าชายไม่เคยตื่นบรรทมขึ้นกลางดึกเช่นนี้มาก่อน ทรงแปลกใจเวียงวังเงียบเหงาวังเวง เพราะเมื่อก่อนพอเธอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงสังข์ เสียงแตร ในความเงียบสงัดของคืนนั้น เจ้าชายได้เห็นสาวรับใช้นอนก่ายกันระเกะระกะ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า บางนางนอนกรนเหมือนหมู บางนางนอนอ้าปากน้ำลายไหลยืด บางนางนอนตาค้าง บางนางนอนละเมอน่ากลัว ภาพเหล่านี้ดูน่าเกลียดน่าขยะแขยง เหมือนซากผีตายในป่าช้า เจ้าชายหดหู่ใจรำพึงว่า "เมื่อก่อนฉันเบียดเบียนหาความสุขจากหญิงเหล่านี้ได้อย่างไรกันหนอ ฉันจะต้องหนีจากป่าช้านี้ให้เร็วที่สุด