พระพุทธเจ้าของฉัน
สันติสุข โสภณสิริ
บทที่ ๑๘.ทางสายกลาง
แต่ทางสายกลางนั้นอยู่ที่ไหนเล่า กระแสความคิดของขอทานหนุ่มไหลย้อนไปเมื่อครั้งยังเยาว์วัยว่า "เออ ฉันยังจำได้อยู่ เมื่อคราวไปงานแรกนากับพ่อ ฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้หว้า มีเงาเย็นสนิท ตอนนั้นฉันมีใจสงบปลอดโปร่งจากความทุกข์ทั้งหลาย นี่แหละแน่แล้ว คือหนทางพ้นทุกข์"
ในช่วงปีสุดท้ายที่ขอทานหนุ่มทำความเพียรนั้น ได้มีฤาษีหมู่หนึ่งมาคอยเฝ้าดูแลรับใช้เธอ ฤาษีหมู่นี้มี ๕ ตน มีคนที่ชื่อโกณฑัญญะเป็นหัวหน้า ฤาษีโกณฑัญญะคนนี้เองที่เคยทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะจะออกบวชเป็นพระพุทธเจ้า เมื่อรู้ว่าเจ้าชายออกบวชแล้ว จึงพาเพื่อนอีก ๔ คนออกติดตามเธอเพื่อหวังจะได้รู้สิ่งที่เธอค้นพบบ้างแต่เมื่อเห็นพระสิทธัตถะเลิกทรมานร่างกาย แล้วยังมาร้องขอข้าวเยี่ยงคนหิวจากพวกตนเช่นนั้นก็เสียใจ คิดว่า "เจ้าชายสิทธัตถะนี้หวนกลับมาเป็นผู้มักมากเสียแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะมาคอยติดตามคนมักมากเช่นนี้ เราควรหนีเธอไปเสียดีกว่า"
ครั้นนักบวชหนุ่มสิทธัตถะได้กินข้าวน้ำที่ฤาษีทั้ง ๕ เหลือทิ้งไว้ให้ แล้วร่างกายก็กลับมีกำลังวังชาเหมือนเดิม ตอนเช้ามืด เธอได้เข้าไปยังหมู่บ้านเพื่อแสวงหาอาหาร นางสุชาดาลูกสาวของนายบ้านได้นำข้าวกวนด้วยน้ำนมอย่างดีมาให้เธอ เมื่อได้ข้าวแล้ว นักบวชหนุ่มก็กลับเข้าสู่ป่า ตรงไปยังริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่งชื่อว่าเนรัญชรา เธอลงอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดสดชื่นก่อน แล้วจึงขึ้นมากินข้าวมื้อสำคัญ เพื่อออมกำลังไว้ต่อสู้กับศึกใหญ่ในคืนนี้
บังเอิญในวันนั้นนางทาสีคนหนึ่งของนางสุชาดาเกิดตายลง คนหามเอาศพมาทิ้งในป่า นักบวชหนุ่มกำลังต้องการผ้านุ่งผืนใหม่อยู่พอดีเพื่อแทนผ้าผืนเก่าที่ขาดกะรุ่งกะริ่งแล้ว เธอจึงซักผ้าจากศพนั้นมาซักแล้วเย็บปะต่อกันเป็นผืน เสร็จแล้วจึงนำไปคลุกย้อมกับฝุ่นดินสีคล้ำเมื่อได้ผ้าสะอาดผืนใหม่แล้วขอทานหนุ่มก็รู้สึกสดชื่นแจ่มใสขึ้นอีกมากร่างกายและจิตใจของเธอพร้อมแล้วที่จะผจญพญามาร