พระพุทธเจ้าของฉัน
สันติสุข โสภณสิริ
บทที่ ๒๔.คนเหมือนกัน
พระพุทธเจ้าห่มผ้าเก่าๆ ย้อมสีคล้ำ และทำตัวราวกับขอทาน ก็เพื่อจะได้ลงไปคลุกคลีกับคนชั้นต่ำได้อย่างสนิทสนมถ้าหากท่านนุ่งห่มผ้าสีอื่นแล้ว เช่น สีขาวหรือสีแดง พวกคนชั้นต่ำก็จะพากันหลีกหนี ไม่กล้าเข้าใกล้เลย เพราะสีขาวและสีแดงเป็นสีของคนชั้นสูง
วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าเดินเข้าไปขออาหารในหมู่บ้านคนชั้นต่ำแม้พระพุทธเจ้าจะห่มผ้าเหมือนคนขอทานแล้วก็ตาม แต่ยังไม่สามารถปิดบังชาติกำเนิดเดิมของท่านได้ พระพุทธเจ้าเยื้องย่างเดินด้วยอาการสง่างาม แช่มช้า เหมือนสิงโต พอพวกคนชั้นต่ำเห็นเข้าเท่านั้นก็รู้ทันทีว่าชะรอย ขอทานคนนี้คงไม่ใช่พวกเดียวกับเราเสียแล้ว แต่ต้องเป็นนักบวชชั้นสูงแน่นอน เมื่อพระพุทธเจ้าเข้ามาใกล้ พวกเขาก็พากันหลีกหนีกระเจิดกระเจิงด้วยความกลัว
พระพุทธเจ้าเห็นดังนั้นจึงร้องเรียกไว้ว่า "เดี๋ยวก่อนเพื่อนทั้งหลายท่านจะหนีเราไปไหน มานี่เถิด เราเป็นพวกเดียวกับท่าน อย่ากลัวเลย"
เมื่อพวกคนชั้นต่ำได้ยินเสียงร้องเช่นนั้น ก็ประหลาดใจมาก เพราะแต่ไหนแต่ไรมา พวกตนไม่เคยได้ยินพวกคนชั้นสูงพูดกับคนชั้นต่ำอย่างเป็นเพื่อนเช่นนี้ พวกนั้นมีแต่จะแช่งด่าซ้ำเติม บางทีก็ขับไล่ใสส่งพวกตนเหมือนหมูเหมือนหมาขี้เรื้อน บางคนมองเห็นพวกตนก็ถึงกับเอาน้ำล้างตาเพื่อล้างเสนียดจัญไรออก ดังนั้นพวกเขาจึงพากันหยุดชะงัก รอฟังว่าพระพุทธเจ้าจะพูดอะไรต่อไป
พระพุทธเจ้าถามว่า "นี่แน่ะ พี่น้องเพื่อนทุกข์ของเรา ทำไมท่านจึงพากันวิ่งหนีเราผู้เป็นเพื่อนของท่านเสียเล่า"
หัวหน้าคนชั้นต่ำในที่นั้นเริ่มมีความกล้าขึ้นบ้าง จึงทูลตอบว่า "ข้าแต่ท่านผู้เป็นนาย ท่านเป็นคนชั้นสูง ส่วนพวกผมเป็นคนชั้นต่ำห่างไกลกันราวฟ้ากับดิน ไม่ควรอยู่ใกล้กันเกินสามวา เพราะเสนียดจัญไรจะเกิดขึ้นกับท่าน และหัวของพวกผมจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ"
พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า "เอาอย่างนี้ดีกว่า พี่น้องทั้งหลายจงไปหาไม้แห้งชนิดต่างๆ มาเถิด เราจะชี้แจงอะไรให้ฟัง"
พวกคนชั้นต่ำพากันไปหาเศษไม้ชนิดต่างๆ ตามแต่จะหาได้ในที่นั้น เมื่อได้มาพร้อมแล้ว พระพุทธเจ้าจึงบอกให้กองรวมกันไว้ แล้วให้จุดไฟขึ้น
เมื่อไฟลุกโชนดีแล้ว พระพุทธเจ้าก็ยิ้มน้อยๆ พูดขึ้นว่า "เอาละพี่น้องเอ๋ย ลองดูซิ ในกองไฟนี้มีไม้ชนิดต่างๆนับตั้งแต่ไม้จันทน์ ไม้มะค่าที่มีราคา ลงไปจนถึงกิ่งไผ่ กิ่งอ้อ และเศษฟางแห้ง แต่ไม้ทุกชนิดไฟสว่างได้ใช่ไหม"
พวกคนชั้นต่ำก็ตอบพร้อมกันโดยไม่ต้องคิดว่า "ใช่แล้ว"
พระพุทธเจ้าจึงบอกความจริงว่า "ไม้แห้งต่างๆ ชนิดยังให้เปลวไฟสว่างเหมือนกันได้ คนเราก็เหมือนกัน ไม่สำคัญหรอกว่าเป็นคนชั้นสูงหรือคนชั้นต่ำ ถ้าเขาทำดีก็เป็นคนดีสูงส่ง แต่ถ้าเขาทำชั่วก็เป็นคนชั้นต่ำช้า พี่น้องทั้งหลาย คนเราจะสูงต่ำไม่ได้อยู่ที่ชนชั้น แต่อยู่ที่การกระทำของเขาเองต่างหาก" เมื่อเห็นชาวบ้านเหล่านั้นตั้งใจฟังอย่างสงบ ท่านก็พูดต่อไปว่า "บัดนี้ เราได้ตั้งสมาคมใหม่ขึ้นแล้ว สังคมของเราไม่เป็นชั้นวรรณะ ใครก็ตามไม่ว่าจะมาจากชั้นสูงหรือชั้นต่ำ เมื่อมาอยู่ในสังคมของเราจะต้องทิ้งชื่อและนามสกุลเดิมของตนเสีย ทุกคนต้องเสมอเหมือนกันหมด เช่นเดียวกับแม่น้ำสายต่างๆ มีชื่อต่างๆ กัน แต่พอไหลลงทะเลก็ทิ้งชื่อเดิมของมัน หลอมกลายเป็นทะเลแหล่งเดียวกัน"
พวกคนชั้นต่ำในที่นั้นรู้สึกดื่มดำในรสคำพูดของนักบวชแปลกหน้า ท่านผู้นี้เป็นใครกันหนอ จึงพูดความจริงได้ไพเราะจับใจนัก โลกใหม่ของพวกเขาสว่างสวยงามกว่าโลกเก่า พวกเขาไม่มีความรู้สึกต่ำต้องหรือดูถูกตัวเองอีกต่อไป บัดนี้พวกเขาเกิดความเคารพในตัวเอง และรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นคนอย่างไม่เคยมีมาก่อนเลย