พระพุทธเจ้าของฉัน
สันติสุข โสภณสิริ
บทที่ ๒๕.เมล็ดผักกาดวิเศษ
พระพุทธเจ้าเป็นครูผู้ฉลาด ท่านรู้ว่าคนมีหลายจำพวก จึงสอนคนไม่ซ้ำแบบกัน เมื่อสอนคนที่ชอบคิดมาก ท่านก็ชี้แจงความจริงให้ฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนเขารู้ความจริงด้วยตัวเอง แต่สำหรับคนทั่วๆ ไปหรือเด็กๆ ท่านจะสอนโดยการเล่านิทานให้ฟัง และบางครั้งท่านก็สอนคนโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย
วันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธเจ้าอาศัยอยู่ในเมืองสาวัตถี ได้มีหญิงคนหนึ่งชื่อนางกีสาโคตมี อุ้มลูกน้อยที่ตายแล้วมาวางแทบเท้าพระพุทธเจ้า นางมีน้ำตานองใบหน้า เพ้อคลั่งเหมือนคนบ้า เพราะเสียใจที่ลูกน้อยกำลังน่ารักมาด่วนตายจากไป
นางวิงวอนต่อพระพุทธเจ้าว่า "ท่านผู้วิเศษเจ้าขา โปรดช่วยชุบชีวิตลูกของดิฉัน โธ่ ไม่น่าเลยลูกคนเดียวของดิฉัน กำลังตั้งไข่นะ ไม่เช่นนั้นดิฉันต้องกายตามลูกแน่"ๆ
พระพุทธเจ้ามองดูแม่เด็กด้วยความสงสาร ท่านรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะชี้แจงความจริงตรงๆ ให้แก่หญิงคนนี้ ท่านจึงพูดปลอบโยนหญิงสาวว่า
"น้องหญิงเอ๋ย อย่าเสียใจไปเลย เราจะช่วยเธอ แต่ว่าเธอต้องเอาเมล็ดผักกาดเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น มาให้เราเสียก่อน เพื่อทำยาวิเศษ มีข้อแม้ว่า เมล็ดผักกาดนั้นจะต้องได้มาจากบ้านที่ยังไม่เคยมีคนตายเลย"
นางกีสาโคตมีดีใจหยุดร้องไห้ รีบอุ้มลูกน้อยเที่ยวไปขอเมล็ดผักกาดตามบ้านต่างๆ
เมื่อนางเอ่ยปากขอเมล็ดผักกาดจากหญิงเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ก็ได้รับคำตอบว่า "เอาซิ เธอจะเอาเมล็ดผักกาดสักเท่าใดก็ได้ ฉันยกให้"
พอได้ฟังดังนั้น นางก็ลิงโลดใจกำลังจะฉวยเอาเมล็ดผักกาดนั้นอยู่แล้ว แต่ฉุกนึกถึงข้อแม้ของพระพุทธเจ้าได้ จึงถามหญิงเพื่อนบ้านว่า "บ้านนี้ยังไม่เคยมีคนตายเลยไช่ไหม" ก็ได้รับคำตอบว่า "อ้าวเธอจำไม่ได้หรือว่า ผัวของฉันเพิ่งตายไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง"
นางรู้สึกผิดหวัง แต่ก็ไม่ละความพยายาม นางอุ้มลูกตะลอนๆ ไปตามบ้านต่างๆ บ้านแล้วบ้านเล่า จนเหนื่อยอ่อนอกอ่อนใจ ทุกๆ บ้านที่นางเคาะประตูเรียก เขามีเมล็ดผักกาดให้นางมากมาย แต่ทุกบ้านที่นางเคาะประตูเรียก เขามีเมล็ดผักกาดให้นางมากมาย แต่ทุกบ้านล้วนเคยมีคนตายมาแล้วทั้งนั้น เมื่อมาถึงบ้านสุดท้ายนางก็ได้รับคำตอบว่า
"โถ เธอถามอะไรเช่นนั้น เธอไม่รู้หรือว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของฉันก็เพิ่งตายไปเมื่อเช้านี้เหมือนกัน"
การที่นางกีสาโคตมีอุ้มลูกกระเซอะกระเซิงเที่ยวขอเมล็ดผักกาดตามบ้านต่างๆ เช่นนี้ ทำให้นางพบความจริงของชีวิตด้วยตนเองว่า
"โธ่เอ๋ย ฉันมาหลงฟูมฟายว่าลูกของฉันเท่านั้นที่ตาย ทุกๆ บ้านเคยมีคนตายมาแล้วทั้งนั้น บางบ้านก็เพิ่งเสียลูกน่ารักไปเหมือนกับฉัน"
เมื่อคิดได้ดังนี้นางก็ปลงตก นำลูกน้อยไปฝังไว้ในป่าช้า แล้วเดินก้มหน้าเงียบกลับมาหาพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้ายิ้มรับ ทักทายว่า "แน่ะน้องหญิง เธอพบเมล็ดผักกาดไหม แล้วลูกของเธอไปไหนเสียเล่า"
นางตอบว่า "ดิฉันได้พบแล้ว วันนี้ตลอดทั้งวันดิฉันพบความจริงว่า ไม่ใช่แต่ดิฉันเพียงคนเดียวที่สูญเสียของที่รัก ทุกบ้านมีคนตายช่างโง่เขลาแท้ๆ ที่ดิฉันคิดจะชุบชีวิตลูกให้ฟื้นขึ้น ดิฉันได้นำลูกไปฝังในป่าช้าเมื่อเย็นนี้เอง บัดนี้ดิฉันกลับมาเพื่อขอให้ท่านช่วยชุบชีวิตของดิฉันให้ฟื้นขึ้นเถิด"
นางกีสาโคตมีหวังจะหาเมล็ดผักกาดวิเศษเพื่อเอามาชุบชีวิตลูกน้อยของนาง แต่แล้วด้วยอุบายอันฉลาดของพระพุทธเจ้า เมล็ดผักกาดนั้นเองกลับชุบชีวิตของนางขึ้นมาแทน โดยที่พระพุทธเจ้าไม่ต้องบอกความจริงแก่นางสักคำเดียว